แม่ค้ารู้จักหนุ่มผ่านทางออนไลน์ถูกหลอกให้โอนเงิน 90 ครั้งเป็นยอดล้านกว่าบาท

            เมื่อวันที่ 27 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2564  ที่จังหวัดนนทบุรีซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของชมรมทนายความจิตอาสาได้มีหญิงสาวคนหนึ่งอายุประมาณ 36 ปีเดินทางไปติดต่อที่ทนายความเพื่อต้องการให้ช่วยเหลือว่าความดำเนินคดีให้ด้วยหญิงสาวคนดังกล่าวระบุว่าตนเองนั้นมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้าอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม  โดยเมื่อประมาณ 3 เดือนกว่าๆเธอได้รู้จักกับผู้ชายคนนึงผ่านทางออนไลน์ซึ่งเป็น application facebook หลังจากที่พูดคุยกันมาสักระยะหนึ่งก็ได้มีการตัดสินใจที่จะนัดเจอกัน

       หลังจากที่เจอกันแล้วก็รู้สึกว่าฝ่ายชายนั้นหน้าตาดีมีลักษณะบุคลิกที่อบอุ่นและยังมีหน้าที่การงานดี เพราะฝ่ายชายบอกว่าทำงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในตำแหน่งวิศวกร ทั้งคู่ได้ตัดสินใจที่จะคบหากันเป็นแฟนอย่างไรก็ตามเมื่อเจอหน้ากันเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น ฝ่ายชายก็ได้ยืมเงินโดยให้เหตุผลว่ามีปัญหากับที่ทำงานและต้องนำเงินไปเคลียร์กับที่ทำงานซึ่งในตอนแรกนั้นเธอโอนเงินให้ฝ่ายชายไปประมาณสามหมื่นกว่าบาท และฝ่ายชายนัดว่าจะคืนเงินให้เธอ เขาก็ทำการโอนเงินคืนตรงกับวันที่นัด

          หลังจากนั้นก็มีการยืมอีกเรื่อยเรื่อย โดยในการยืมเงิน 3 ครั้งแรกฝ่ายชายโอนเงินคืนตรงทุกครั้งทำให้เธอเกิดความไว้วางใจ แต่ต่อมาฝ่ายชายยืมเงินเธอก้อนใหญ่ ซึ่งตัวเธอเองมีเงินไม่พอ แต่ฝ่ายชายบอกให้ทยอยโอนเงินให้ก็ได้ ให้ครบจำนวน โดยอ้างว่าต้องเอาไปจ่ายหนี้ กยส. ที่ติดไว้ และหากจ่ายหนี้แล้วจะสามารถกู้ใหม่แล้วจะเอาเงินมาคืนเธอได้ แต่เมื่อโอนไปให้หลายครั้งเธอก็ยังไม่ได้เงินคืน  แต่เธอก็ยังคงเชื่อใจฝ่ายชายอยู่ จนฝ่ายชายให้เธอโอนเงินให้อีกครั้ง โดยอ้างว่าจะขายบ้านเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้เธอ แต่เขาต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมในการโอน ทำให้เธอจำเป็นต้องโอนเงินให้กับฝ่ายชายอีกรอบ

           อย่างไรก็ตามหลังจากที่เธอโอนเงินไปครั้งล่าสุดนั้นปรากฏว่านับตั้งแต่นั้นมาเธอก็ติดต่อฝ่ายชายไม่ได้อีกเลยซึ่งฝ่ายชายนั้นบล็อกเธอทุกช่องทางโดยเธอได้ค้นหาชื่อโรงพยาบาลที่ฝ่ายชายทำงานอยู่และได้มีการติดต่อไปที่โรงพยาบาลดังกล่าวจึงทำให้รู้ว่าฝ่ายชายนั้นได้ลาออกจากโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ประมาณกลางปีพศ2563 แล้วนอกจากนี้เธอยังพบว่าฝ่ายชายนั้นไม่ได้มีปัญหากับทางบริษัทอย่างที่มีการกล่าวอ้างกับเธอแต่ฝ่ายชายนั้นมีการติดพนันทำให้ต้องขอเงินจากเธอเพื่อทำการไปใช้หนี้พนันนั่นเองซึ่งในขณะนี้เธอต้องการที่จะได้เงินของเธอคืน โดยยอดรวมความเสียหายในครั้งนี้เป็นเงินหนึ่งล้านสี่แสนกว่าบาทเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย   ufabet บาคาร่าออนไลน์

ชายชาวฟิลิปปินส์ ดับสลด หลังต้องทำสควอต 300 ครั้งเพราะฝ่าฝืนเคอร์ฟิวไปซื้อน้ำ

 

           เป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดใจอย่างยิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์โดยมีการเปิดเผยมาจากสำนักข่าวของฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 8   เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2564 ทีผ่านมา ตามรายงานข่าวนั้นมีการระบุว่า ในขณะนีันั้นประเทศฟิลิปปินส์กำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาไวรัส covid-19  อย่างหนักรัฐบาลจึงได้มีการกำหนดเวลาเคอร์ฟิวของประชาชน โดยช่วงเวลาที่รัฐบาลมีการกำหนดเอาไว้นั้นจะเป็นช่วงเวลาตั้งแต่ 18:00 น เป็นต้นไปจนถึงช่วงเวลา 05:00 น ประชาชนจะไม่สามารถที่จะออกนอกบ้านได้

              ซึ่งคำสั่งเจลนี้เป็นคำสั่งที่รัฐบาลต้องการที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิตนั้นเอง   อย่างไรก็ตามสำนักข่าวต่างประเทศได้มีการรายงานออกมา ว่ามีครอบครัวหนึ่งซึ่งต้องสูญเสียคนในครอบครัวไปด้วยวัยเพียงแค่ 28 ปีเท่านั้น  ซึ่งชายหนุ่มคนนี้เสียชีวิตจากการที่เขาได้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวไปเมื่อวันที่ 1 เดือนเมษายนส่วนสาเหตุของการฝ่าฝืนเคอร์ฟิวนั้นก็เพราะว่าเขาได้ออกไปซื้อน้ำหลัง 18:00 น ไปแล้ว  โดยออกไปซื้อน้ำกับเพื่อนคนหนึ่ง  และเมื่อเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจเขากับเพื่อนก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งให้ทำ สควอต 

           ซึ่งจะต้องทำทั้งหมดด้วยกัน 100 ครั้งแต่เนื่องจากว่าเขาและเพื่อนทำไม่พร้อมกันสักทีทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งให้ทำใหม่จนกว่าจะพร้อมกันโดยกว่าทั้งคู่จะทำสควอต พร้อมกันได้นั้นก็ต้องทำไปถึง 300 ครั้งด้วยกันและหลังจากที่ทำ สควอต เสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็กลับถึงบ้านแล้วบ่นให้กับคนในครอบครัวฟังว่าเขารู้สึกปวดเมื่อยและรู้สึกอ่อนล้าโดยเฉพาะตรงบริเวณหัวเข่าอย่างไรก็ตามอาการปวดของเขานั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

             ซึ่งในที่สุดนั้นเขาก็ไม่สามารถที่จะเดินได้ต้องเคลื่อนย้ายตนเองด้วยกันให้คนคอยพยุงในการขึ้นลงบันไดอาการบาดเจ็บของเขานั้นเกิดขึ้นในวันที่ 1 ช่วงเวลาประมาณ 8:00 น และช่วงเวลาประมาณ 22:00 น นั้นเขาก็เสียชีวิตภายในวันเดียวกันนั้นเองจากการที่เขานั้นเกิดอาการช็อค ทำให้ครอบครัวของชายผู้เสียชีวิตรายนี้นั้นต้องออกมาร้องเรียนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าเป็นการทำโทษที่มากจนเกินไปจนทำให้ มีผู้เสียชีวิต

           ซึ่ง เรื่องนี้ทางด้านนายกเทศมนตรีเมืองได้มีการออกมาแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้มีการส่งตรวจสอบกับสำนักงานตำรวจที่มีการทำโทษผู้เสียชีวิตทันทีโดยทางด้านผู้บัญชาการหน่วยตำรวจการเมืองออกมายืนยันว่าทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีบทลงโทษให้ประชาชนทําสควอต หากมีการฝ่าฝืนเคอร์ฟิวสิ่งที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้ก็คือการอบรมให้ความรู้กับประชาชนเท่านั้นนะปล่อยตัวซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้คงต้องหาข้อมูลที่แท้จริงว่าใครกันแน่ที่ทำการลงโทษจนชายฟิลิปปินส์รายนี้ต้องเสียชีวิตนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    ufabet บาคาร่าออนไลน์