ดราม่าปูผัดผงกระหรี่จานละ 1200 บาท

ร้านค้าขอชี้แจง ราคาปูผัดผงกระหรี่จานละ 1200 บาทที่กำลังดราม่าอยู่ตอนนี้

           กำลังมีประเด็นดราม่าให้พูดถึงกันอยู่ในตอนนี้เกี่ยวกับเรื่องของราคาอาหารเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งได้มีการโพสต์ Facebook ส่วนตัวของเธอสอบถามคนในโลกออนไลน์โดยเฉพาะคนในจังหวัดระยอง  โดยข้อความที่เธอสอบถามนั้นเป็นการสอบถามราคาอาหารจานหนึ่งซึ่งเธอได้เก็บเงินค่าอาหารจานนี้ในราคา 1,200 บาทโดยอาหารจานดังกล่าวนั้นมีชื่อว่าปูผัดผงกะหรี่ โดย เธอบอกว่าตั้งแต่เธอกินมาเธอไม่เคยจ่ายค่าปูผัดผงกะหรี่แพงเท่าที่มีมาก่อนถึงอยากรู้ว่าราคาอาหารที่นี่ที่เธอจ่ายเป็นราคาปกติหรือไม่ 

          และเมื่อข้อความของเธอได้ถูกแชร์ออกไปหลายคนวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากว่าราคาอาหารที่เธอถูกได้เก็บนั้นค่อนข้างแพงซื้อเรื่องนี้ได้ส่งไปถึงนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสุนทรภู่ของจังหวัดระยองจนต้องลงมาดูด้วยตัวเองว่าร้านอาหารดังกล่าวนั้นเรียกเก็บค่าบริการลูกค้าแพงเกินความจําเป็นจริงหรือไม่และได้มีการแจ้งราคาเอาไว้ในเมนูอาหารหรือไม่เพื่อที่จะได้ดำเนินการแก้ไขและตรวจสอบให้

           อย่างไรก็ตามเมื่อทางด้านนายกเทศมนตรีจังหวัดระยองเดินทางไปถึงทางด้านแม่ค้าซึ่งเป็นเจ้าของร้านก็ออกมาต้อนรับอย่างดีและออกมาชี้แจงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นพร้อมอยากฝากไปถึงสาวที่มีการโพสต์เรื่องราวดังกล่าวขึ้นโดยแม่ค้าระบุว่าในเมนูอาหารนั้นได้มีการระบุรายการอาหารและราคาเป็นที่เรียบร้อยซึ่งรายการอาหารปูผัดผงกะหรี่นั้น

เนื่องจากว่าลูกค้าได้มีการเลือกปูซึ่งเป็นปูดำเนื้อทำให้ราคาค่อนข้างสูงกว่าปกติเนื่องจากปกติแล้วถ้าเกิดลูกค้าซื้อปูผัดผงกะหรี่แต่ใช้ปูปกติก็จะอีกราคาหนึ่งถ้าเลือกปูดำเนื้อราคาจะสูงกว่ามากเนื่องจากว่าปูชนิดนี้ปัจจุบันขายอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 1,000 บาทดังนั้นเมื่อลูกค้าจะมา 2 ตัวมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 1.2 กิโลกรัมจึงทำให้ถูกเรียกเก็บเงินค่าอาหารดังกล่าว 1,200 บาทนั่นเอง

             อย่างไรก็ตามทางด้านนายกเทศมนตรีได้มีการตรวจสอบเมนูอาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้วมีการระบุไว้ชัดเจนส่วนราคาค่าปูนั้นก็เป็นราคาที่เป็นราคาตามตลาดไม่ได้แพงเกินจริง ดังนั้นอาหารจานดังกล่าวนั้นจึงเป็นการเรียกเก็บเงินตามปกติไม่ได้แพงเกินกว่ามาตรฐานแต่อย่างใดจึงไม่ได้มีการดำเนินคดีกับแม่ค้าร้านดังกล่าว

          และทางด้านแม่ค้าเองก็ฝากไปยังผู้หญิงสาวที่มีการโพสต์ Facebook ว่าหากไม่พอใจในราคาหรือสงสัยควรจะถามแม่ค้าในร้านก่อนเพราะตอนที่เรียกเก็บเงินลูกค้าไม่ได้มีการไม่พอใจแต่อย่างใดยังคงพูดจายิ้มแย้มกับแม่ค้าแต่พอกลับไปถึงบ้านกลับไปโพสต์เรื่องราวแบบนี้ซึ่งเป็นการสร้างความเสียหายให้กับร้านค้าเป็นอย่างมาก

เพราะไม่ใช่ร้านค้าของตนเองร้านเดียวที่ได้รับความเสียหายแต่ร้านอาหารบริเวณใกล้เคียงกันนี้ต่างก็ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกันจึงอยากจะฝากประชาสัมพันธ์กับทุกคนที่ไปใช้บริการร้านค้าว่าหากไม่เข้าใจหรือสงสัยการเรียกเก็บเงินยังไงสามารถสอบถามแม่ค้าภายในร้านเพื่อให้ชี้แจงได้จะได้ไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเหมือนอย่างกรณีแบบนี้

 

สนับสนุนโดย   gclub

ชาวบ้านผวาหวั่นเป็นโรค

 

ชาวบ้านผวาหวั่นเป็นโรค ไม่รู้ว่ามีศพอยู่ในบ่อ นำน้ำมาใช้อาบ ใช้ปรุงอาหาร 

        มีเหตุการณ์ที่ทำให้ชาวบ้านรู้สึกผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มาก  จากกรณีที่มีคนพบศพหญิงสาวนามสมมุติว่าชื่อวิเสียชีวิตอยู่ในบ่อน้ำในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง   บ่อน้ำแห่งนี้เป็นบ่อน้ำสำหรับคนในหมู่บ้านที่เอามาไว้ใช้อาบน้ำ   ซักผ้า    จะนำมาประกอบอาหาร   โดยมีอย่างน้อย 3 หลังคาเรือนที่ใช้น้ำจากบ่อน้ำแห่งนี้บ้านบ่อน้ำแห่งนี้มีการขุดสร้างกันมาแล้วและมีการใช้งานมานานแล้วมากกว่า 10 ปีขึ้นไป

ซึ่งชาวบ้านที่ใช้น้ำจากบ่อน้ำแห่งนี้จะมีการต่อท่อออกจากบ่อแล้วส่งตรงไปยังแท้งค์น้ำของบ้านของตนเองแล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเมื่อการใช้น้ำจากแทงค์ปกตินำน้ำมาใช้ในชีวิตประจำวันไม่ได้มีปัญหาอะไรแต่เหตุการณ์ในครั้งนี้พบว่าน้ำที่ใช้นั้นมีลักษณะมีกลิ่นเหม็นมีสีเหลืองและยังมีฟอง

ซึ่งทุกคนยังไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไรจึงได้พากันไปดูที่บ่อน้ำหลังจากนั้นจึงพบว่ามีศพลอยอยู่ในบ่อและเมื่อนำศพขึ้นมาจึงรู้ว่าเป็นศพของนางสาววิซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านดังกล่าวเช่นเดียวกันผู้คนที่ใช้น้ำจากบ่อน้ำแห่งนี้ต่างก็วิตกกังวลกันว่าการที่พวกเขานำน้ำไปใช้ประกอบอาหารรวมถึงการอาบน้ำและนำมาซักเสื้อผ้านั้นจะเกิดอันตรายกับตนเอง

เพราะว่าไม่รู้ว่าก่อนที่นางสาววิจิตราเสียชีวิตนางสาววิไม่มีโรคร้ายแรงอะไรหรือไม่รวมถึงจากการที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมานำศพไปชันสูตรศพพบว่าดังกล่าวเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วันซึ่งศพที่ลอยอยู่ในบ่อน้ำมีลักษณะขึ้นอืดและมีน้ำหนองไหลออกมาแล้วนั่นแสดงว่าชาวบ้านที่ใช้น้ำจากบ่อน้ำแห่งนี้ก็ใช้น้ำจากน้ำหนองของศพนั่นเอง

ดังนั้นหลายคนจึงกลัวว่าจะมีอันตรายถึงแก่ชีวิตหรือจะมีการติดโรคอะไรหรือไม่เพราะมีการใช้จบจากระนองไปเป็นเวลาถึง 3 วันด้วยกัน    ในปัจจุบันมี 1 ในหลายคนที่ใช้น้ำในบ่อแห่งนี้เริ่มมีอาการผื่นขึ้นและคันซึ่งเธอรู้สึกเป็นกังวลใจมากว่าเธอจะมีปัญหาการติดเชื้อโรคอะไรหรือไม่แต่ก็ยังไม่ได้พาตัวเองไปตรวจร่างกายส่วนคนอื่นๆก็เกรงกลัวเช่นเดียวกันว่าจะมีการติดเชื้อโรคอะไรที่มาจากน้ำของศพหรือไม่โดยทางนายแพทย์ก็ให้ความเห็นว่าการที่นำน้ำจากศพมาใช้นั้นย่อมมีอันตรายแน่นอนแต่ว่าอาจจะต้องให้ทางเจ้าบ้านพากันไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง

ซึ่งหลายคนในหมู่บ้านต่างก็เล่าว่าหลังจากที่นำศพมาประกอบพิธีทางศาสนาแล้วมีหลายคนที่เห็นวิญญาณของนางสาววิมายืนร้องไห้อยู่ข้างบ่อน้ำถึงแม้แต่พี่สาวของนางสาววิฝันเห็นน้องสาวมายืนร้องไห้เสียใจที่ตัดสินใจฆ่าตัวตายอย่างไรก็ดีทั้งครอบครัวของนางสาววิได้มีการรับผิดชอบด้วยการดำเนินไปให้กับทั้ง 3 ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการนำน้ำส่งมาอาจจะใช้นั้นเป็นจำนวน 1,000 บาท

โดยยืนยันกับทุกคนในครอบครัวที่มีการใช้น้ำจากบ่อศพว่าน้องสาวของเปิ้ลเองไม่มีโรคภัยร้ายแรงอะไรแน่นอนแต่อย่างไรก็ดีชาวบ้านที่มีการใช้น้ำจากศพก็ควรจะไปตรวจร่างกายเพื่อความปลอดภัยของตนเอง 

 

สนับสนุนโดย   gclub