แนะนำทุ่งดอกไม้สวยๆ และจุดเช็กอินเก๋ๆ

หลายๆคนคงอยากจะไปเที่ยวแต่บางคนวันหยุดก็มีไม่กี่วันจึงไปเที่ยวไกลไม่ได้ วันนี้เราจึงจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่จังหวัดสระบุรีนอกจากจะไม่ไกลจากกรุงเทพมากแล้วที่นี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปหลายที่มากเพราะงั้นเรามาดูกันว่าจะมีที่ไหนที่น่าไปบ้าง

  1. ทุ่งดอกเก๊กฮวย  เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะรู้ว่าทุ่งดอกเก๊กฮวยที่สวยๆจะอยู่ที่เชียงใหม่ แต่ตอนนี้เราไม่ต้องนั่งเครื่องบินไปไกลเพื่อเพียงแค่จะชมทุ่งดอกเก๊กฮวยแต่เราสามารถที่จะไปแค่ที่สระบุรีแค่นี้เราก็สามารถชมทุ่งดอกเก๊กฮวยได้แล้ว ซึ่งที่นี้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมดอกเก๊กฮวยได้ ซึ้งดอกเก๊กฮวยมีเยอะมาก ซึ่งทำให้เราสึกเหมือนอยู่กลางทุ่งดอกไม่ที่งดงามเราไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงินเยอะเพื่อที่จะชมทุ่งเก๊กฮวย ที่นี้ตังอยู่ใกล้กรุงเทพด้วย เราสามารถขับรถไปไม่นานก็ถึงแล้ว และที่นี้เปิดให้เข้าชมได้ตังแต่เวลา 10.30 น. จนถึง 20.00 น.  และที่นี้เปิดทุกวันนะคะ รับรองว่าไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ 
  2. ทุ่งของดอกคอสมอส ต้องขอบอกว่าดอกคอสมอสเป็นดอกไม้ที่สวยมากๆเลยค่ะ และยิ่งมีดอกไม้เยอะก็ยิ่งทำให้ดูสวยมากขึ้นไปอีก  ซึ้งที่นี้อากาศจะไม่ร้อนมากทำให้เราสามารถชมความงามของดอกไม้ได้โดยที่ไม่ต้องห่วงเรื่องความร้อนของสถานที่ อากาศที่นี้เย็นสบายมาที่นี้สามารถทำให้คุณหายเครียดได้เลย และเค้าจะมีร้านขายเครื่องดื่มเพื่อใครหิวน้ำและไม่ได้เอาน้ำมาด้วยก็จะสามารถซื้อได้ ซึ้งราคาก็ไม่ได้แพงมาก  และเค้าจะเปิดเปิดเป็นช่วงไม่ได้เปิดตลอดเดือนเพราะฉะนั้นต้องวางแผนการเที่ยวด้วยนะคะ 
  3.  ทุ่งของดอกทานตะวัน  ถ้าพูดถึงดอกทานตะวันเชื่อว่าหลายคนคงจะนึกถึงสระบุรีเพราว่าสระบุรีก็มีชื่อเสียงทางด้านของดอกทานตะวันเยอะเลยทีเดียว เพรางั้นชาวสระบุรีหลายคนจึงปลูกดอกทางตะวันและเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เดินชม ซึ่งเมื่อมาดูรวมๆแล้วก็สวยมาก และถ้าคนไหนไปที่ๆเค้าขายเมล็ดทานตะวันด้วยก็จะยิ่งเพิ่มความฟินเข้าไปอีก ชมดอกทานตะวันพร้อมกันทานเมล็ดทานตะวัน ซึ่งที่เปิดทำการ แค่ในฤดูหนาวเท่านั้น และจะเปิดตั้งแต่เวลา 6.00 น. จนถึง 17.00 น. นะคะ

นี่เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่เรานำมาฝากกันบางส่วนเท่านั้น  จังหวัดสระบุรียังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นอื่นอีกมากมายรอให้คุณไปค้นหา  ทั้งสถานที่ไหว้พระที่สำคัญสำคัญ และน้ำตกสวยสวยที่น่าไปพักผ่อน รวมถึงยังมีร้านอาหารที่อร่อยอร่อยอีกมามาย 

พาเทียวน้ำตกจังหวัดกาญจนบุรี

ในช่วงหน้าร้อนก็ร้อนมากๆทำให้คนเราไม่รู้สึกไม่อยากจะทำอะไรเลยอยากจะทิ้งกายให้สบายสบายอยากโกรธใครไปวันนี้เราจะมาแนะนำเก้าน้ำตกที่อยู่ใกล้กรุงเทพเดินทางไม่นานกับความงดงามและน้ำตกที่สวยที่ดีดีด้วย

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นที่จังหวัดกาญจนบุรีสำหรับน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นหรือน้ำตกห้วยขมิ้นเป็นน้ำตกที่เรียกได้ว่ามีความงดงามมากที่สุดในประเทศไทยเลยทีเดียวก็ว่าได้เพราะว่าความงามของม่านน้ำตกที่ค่อยค่อยไหลลงมาเป็นชั้นๆได้ให้บรรยากาศที่รู้สึกดีความเย็นสบายทั้งน้ำตกนี้ก็ถูกรายล้อมไปด้วยต้นไม้ป่าเขา และต้นไม้อีกนานาชนิดทำให้รู้สึกถึงว่านี่คือธรรมชาติทำให้เรารู้สึกสบายใจบางคนก็ถึงกับลืมเลยว่าอากาศร้อนซึ่งน้ำตกห้วยขมิ้นหรือน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมีทั้งหมดเจ็ดชั้นนั้นก็คือ ว่านดงม่านขมิ้นวังหน้าผาฉัตรแก้วไหลจนหลงดงผีเสื้อและร่มเกล้าฉันทั้งหมดนี้เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวมากๆทุกๆฉันให้ความเย็นสบายแล้วก็งดงามมากเลย

น้ำตกเอราวัณที่จังหวัดกาญจนบุรีสำหรับน้ำตกเอราวัณหรืออุทยานแห่งชาติเอราวัณนักท่องเที่ยวหลายหลายคนเรียกว่าสวรรค์ชั้นเจ็ดซึ่งน้ำตกเอราวัณถือได้ว่ามีความงามติดอันดับของประเทศไทย เลยทั้งบรรยากาศทั้งม่านน้ำของน้ำตกให้ความงดงามรู้สึกสบายใจเย็นสบายน้ำตกจะมีสีเขียวมรกตสวยงามทำให้รู้สึกสบายใจใครที่อยากผ่อนคายแนะนำให้มาที่นี่ขับรถไม่นานก็ได้พบกับบรรยากาศดีดีและความผ่อนคลายมากมาย

น้ำตกไทรโยคใหญ่ที่จังหวัดกาญจนบุรีน้ำตกไทรโยคใหญ่เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาและน้ำก็ไหลลงสู่แม่น้ำเลยนักท่องเที่ยวจะสามารถเดินชมน้ำตกพร้อมกับเดินข้ามสะพานแขวนซึ่งน้ำตกนี้ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาตินักท่องเที่ยวสามารถไปชมได้หรือจะสามารถถ่ายรูปคู่กับน้ำตกบนสะพานแขวนก็ได้ที่น้ำตกไทรโยคใหญ่มีให้เช่าเต็นเพื่อสำหรับนอนเต็นท์แถวแถวน้ำตกมีบ้านพักให้คุณเช้าและร้านอาหารมากมายซึ่งต้องขอบอกว่าร้านอาหารแถวนี้ก็มีรสชาติดีทำอาหารอร่อยอร่อยกันทั้งนั้นและยังมีบริการทัวร์ล่องเรือแม่น้ำแควน้อยนักท่องเที่ยวสามารถล่องแพชมความงามของน้ำตกและธรรมชาติได้

ซึ่งก็ให้ความรู้สึกสบายและรู้สึกดีมากๆ ถ่ายรูปคู่กับน้ำตกบนสะพานแขวนก็ได้ที่น้ำตกไทรโยคใหญ่มีให้เช่าเต็นเพื่อสำหรับนอนเต็นท์แถวแถวน้ำตกมีบ้านพักให้คุณเช้าและร้านอาหารมากมายซึ่งต้องขอบอกว่าร้านอาหารแถวนี้ก็มีรสชาติดีทำอาหารอร่อยอร่อยกันทั้งนั้นและยังมีบริการทัวร์ล่องเรือแม่น้ำแควน้อยนักท่องเที่ยวสามารถล่องแพชมความงามของน้ำตกและธรรมชาติได้ซึ่งก็ให้ความรู้สึกสบายและรู้สึกดีมากๆ

พาเที่ยววัดบางจากจังหวัดนนทบุรี

หลายคนในวันหยุดไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนแนะนำว่าหากไม่อยากไปเที่ยวไหนไกลๆจากกรุงเทพเรามีวัfแนะนำเป็นหวัดอยู่ในจังหวัดนนทบุรีที่วัดบางจากที่วัดแห่งนี้จะไม่ได้อยู่ติดกับถนนใหญ่ต้องเข้าซอยมาประมาณเกือบ 1 กิโลเมตรซึ่งซอยที่เข้าจากค่อนข้างแคบนิดหนึ่งเป็นรถวิ่งสวนทางกันได้เมื่อเข้ามาถึงที่บริเวณวัดจะมีร้านให้จอดรถซึ่งจะมีการเก็บค่าจอด 20 บาท

และบริเวณตรงลังจอดรถนี่เองจะมีสารนางตะเคียนที่ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอหวยกันเป็นจำนวนมากและหลายคนก็มักจะได้เลขเด็ดจากศาลเจ้าแม่ตะเคียนจากตรงนี้ไปได้มาจากศาลจะมาอะไรกับเทียนเค้าเดินออกมาเข้าสู่ประเด็นเหมือนวัดที่นี่บรรยากาศภายในวัดลมลื่นมีจุดทำเป็นศาลาซึ่งบริเวณนี้จะมีลูกนิมิต วางเรียงรายให้พวกมึงค่อยมาปิดทองซึ่งบริเวณจุดนี้เองจะมีพระพุทธรูปตั้งเรียงกันสามองให้ประชาชนสามารถซื้อดอกไม้ทุกเทียนที่ทางวัดมีขายแล้วนำมากลับไหว้บูชาใกล้ใกล้กันจะมีศาลาเพื่อให้ประชาชนได้มาทำสังฆทาน

ซึ่งจะทำทั้งสังฆทานสดหรือสังฆทานให้ก็ได้และเมื่อเรากลับไหว้บูชาทำบุญจะทานเสร็จเรียบร้อยแล้วใกล้ใกล้กันจะมีจุดให้ประชาชนได้รอดอุโมงค์ซึ่งเรียกว่าการลอดใต้ถุนโบสถ์ซึ่งการเดินลอดใต้ถุนโบสถ์นั้นส่วนใหญ่จะนิยมเดินวนใต้ถุนโบสถ์กันอยู่ที่ประมาณสามรอบ ที่วัดแห่งนี้จะมีจุดที่เรียกว่าไทยชีวิตโคกระบือและสามารถให้อาหารโคกระบือได้ด้วยโดยที่กระป๋องละ 10 บาทรวมถึงสามารถเดินไปทางแม่น้ำจะมี. ขายอาหารปลาสามารถซื้อไปให้ปลาทานได้ 10 เป็นปลาที่ถูกปล่อยไว้อยู่ในแม่น้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งบริเวณใกล้เคียงกันนี้ก็จะมีรูปปั้นเกี่ยวกับประวัติของพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับเรื่องของทางพระพุทธศาสนา

ให้เราได้เดินชมความงามเต็มไปหมดที่วัดบางจากแห่งนี้นิยมมาทำบุญกัน เป็นจำนวนมากเป็นวัดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรีเลยทีเดียวโดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่างๆประชาชนจะพากันเดินทางมากราบไหว้ขอพรพระไม่ได้ขาดสายและขนาดนี้วัดอยู่ระหว่างการปรับปรุงซ่อมแซมสร้างโบสถ์ใหม่หากใครที่สนใจจะไปทำบุญร่วมกันสร้างอุโบสถในช่วงนี้ยังสามารถเดินทางมาร่วมทำบุญด้วยกันได้เพราะเค้าว่ากันว่าการสร้างอุโบสถจะได้บุญเยอะส่งผลให้เราได้ขึ้นสวรรค์

สำหรับการเดินทางมาที่วัดแห่งนี้นั้นจะไม่มีรถเมล์วิ่งผ่านดังนั้นการเดินทางมาตั้งต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวของตัวเองหรืออาจจะเรียกรถแท็กซี่มาก็ได้สามารถเข้าไปเยี่ยมชมกับวายพระได้ตั้งแต่เวลา 08:00 น. จนถึง 17:00 น. ของทุกวัน