ลากถุง Shopping แล้วพื้นห้างเป็นรอยถูกเรียกเก็บเงิน 30,000 บาท อึ้งไปเลย

มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ออกมาเขียนข้อความระบายเกี่ยวกับการที่รัฐบาลประกาศให้งดใช้ถุงพลาสติกแล้วให้เตรียมถุงผ้าหรือถุง Shopping ไปใส่ของเองซึ่งเธอก็ได้ทำตามนโยบายของรัฐบาลด้วยการนำถุง Shopping ไปใส่ซื้อของโดยเธอระบุว่าเธอทำงานเป็นพนักงานที่ขายของในห้างแห่งหนึ่งแถวลาดพร้าวทุกวันเธอจะต้องไปซื้อของกลับมาที่ร้าน 

    โดยวันนี้เธอได้แถมถุง Shopping ที่มีล้อลากซึ่งถุงนี้เธอบอกว่าเป็นของแถมที่ทางห้างแถมให้กับเธอเพราะเธอซื้อของเยอะในวันนี้เมื่อเธอมาซื้อของเธอก็นำของใส่ถุงปกติแล้วลากของไปตามทางเดินสักพักก็มีพนักงานห้างวิ่งมาหาเธอพร้อมกับบอกเธอว่า ล้อลากของถุง Shopping ของเธอทำให้พื้นเป็นรอยเธอจะต้องรับผิดชอบด้วยการจ่ายเงินค่าเปลี่ยนกระเบื้องใหม่ซึ่งเมื่อทำการคำนวณราคาแล้วเธอจะต้องเสียเงินในการซ่อมพื้นกระเบื้องรวมทั้งสิ้นเป็นเงินมากกว่า 30,000 บาทซึ่งทำให้เธอรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก

โดยเธอได้แจ้งกับทางพนักงานของห้างว่า ตัวเธอเองก็เป็นพนักงานห้างเหมือนกันมาซื้อของเพื่อเอาไปอีกแผนกหนึ่งและรถที่ใช้ซื้อของก็เป็นรถของทางห้างที่แถมมาให้ทำไมเธอต้องเสียเงินในส่วนนี้ด้วยพนักงานคนหนึ่งกล่าวแจ้งว่าเธอเดินเข้าประตูห้างมาเหมือนกับลูกค้า ปกติไม่ได้เข้าทางช่องทางของพนักงานดังนั้นเธอจึงต้องเสียเงินเหมือนกับลูกค้าทั่วไปซึ่งเธอได้บอกกับพนักงานห้างว่าลองทำความสะอาดพื้นดูก่อนไหมเธอจะทำความสะอาดให้เองแต่ทางห้างยืนยันไม่ให้เธอทำความสะอาดจะต้องเปลี่ยนกระเบื้องใหม่เท่านั้นและเมื่อเธอไม่ยินยอมทางห้างก็พูเธอด้วยวิธีการต่างๆมากมาย

ซึ่งทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจเพราะเป็นการบีบบังคับเธอให้ยินยอมทางห้างมีเอกสารมาให้เซ็นยินยอมและเธอต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยทางห้างบอกว่าเราลดราคาให้แล้วเธอยังต้องจ่ายถึง 15,000 บาทเธอบอกอีกว่าเธอเป็นพนักงานกินเงินเดือนได้เงินเดือนแค่นิดเดียวเธอไม่มีเงินมาจ่ายค่าเสียหายในส่วนนี้ซึ่งเธอได้มาโพสต์ในพันทิป เพื่อสอบถามผู้คนในโลกโซเชียลว่าเธอต้องรับผิดชอบจริงๆหรอถ้าเค้าไม่มีประกันความเสียหายของพื้นห้างเลยหรอแล้วแบบนี้ถ้าลูกค้ามา Shopping ใช้รถหรอไม่ได้หรอ

ซึ่งหลังจากที่มีการเผยแพร่ข่าวนี้ออกไปทุกคนต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมของทางห้างเพราะอันที่จริงแล้วจากสภาพร่องรอยก็น่าจะสามารถเช็ดทำความสะอาดได้และไม่ควรจะเก็บเงินมากถึง 15,000 บาทด้วยซ้ำไปหลายคนแนะนำให้เธอไม่ต้องจ่ายโดยให้ทางห้างไปฟ้องร้องต่อศาลเพื่อเรียกค่าใช้จ่ายกับเธอเองภายหลังซึ่งหลายคนเชื่อกันว่าหากศาลตัดสินเธอจะไม่เสียค่าใช้จ่ายเยอะมากเท่ากับตอนนี้  

 

สนับสนุนโดย  www.ufabet.com เริ่มเดิมพัน

2 หนุ่มเพื่อนซี้ป่วยโรคประสาทคลั่งคู่

2 หนุ่มเพื่อนซี้ป่วยโรคประสาทคลั่งคู่ จึงทะเลาะกันแล้วแทงกันเสียชีวิต

   เมื่อวันที่ 22 เดือนมีนาคมปีพ.ศ 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจของจังหวัดนครราชสีมาได้รับแจ้งว่ามีคนทะเลาะกันถึงขนาดที่ทำร้ายร่างกายกันให้เจ้าหน้าที่ช่วยไปทำการห้ามปรามและเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านชั้นเดียวซึ่งมีรั้วบ้านล้อมรอบเมื่อเปิดประตูรั้วเข้าไปก็พบกับผู้เสียชีวิตซึ่งนอนตายจมกองเลือดอยู่ตรงหน้าบ้านสภาพศพมีแผลทั้งที่ตัวและที่หัวรวมถึงที่แก้มก็ยังมีมีดปักคาอยู่ในระหว่างที่กำลังตรวจสอบศพนั่นเอง

ก็ได้มีคนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าคนที่ลงมือทำร้ายชายที่อยู่หน้าบ้านนั้นอาจจะยังหลบซ่อนอยู่ในบริเวณบ้านพักดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้บุกเข้าไปจับกุมคนร้ายในบ้านพักซึ่งเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าตรงหน้าทีวีมีกองเลือดมหึมากองอยู่โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคิดว่าที่หน้าทีวีนี้น่าจะเป็นจุดที่เริ่มก่อเหตุทะเลาะวิวาทและเริ่มทำร้ายกันก่อนที่คนตายจะวิ่งออกไปเสียชีวิตตายคาที่หน้าบ้านและเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามค้นหาคนร้ายซ่อนตัวอยู่ตรงจุดไหนก็ไปพบว่าคนร้ายแอบอยู่ในตู้เสื้อผ้า

ซึ่งทางกู้ภัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยกันบุกเข้าจับกุมตัวและสามารถจับตัวคนร้ายเอาไว้ได้เบื้องต้นได้มีการตรวจสอบเอกสารคนตายทราบชื่อภายหลังว่าชื่อนายอธิวัฒน์อายุเพียงแค่ 21 ปี

ซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคประสาทคนตายมักจะชอบมานอนเล่นอยู่ที่บ้านของนายรักชาติ ซึ่งเป็นคนที่ก่อเหตุแทนนายอภิวัฒน์ตายนั่นเองโดยนายรักชาติเองก็เป็นผู้ป่วยโรคประสาทเช่นเดียวกันซึ่งชาวบ้านได้เล่าให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าถ้าทั้งสองคนมีอาการทางประสาทกำเริบทั้งสองคนจะชอบเอามีดออกมาข่มขืนชาวบ้านแล้วเที่ยวเกะกะระรานชาวบ้านไปทั่วจนชาวบ้านพากันเบื่อและเธอมาเป็นอย่างมาก

ซึ่งในวันเกิดเหตุนี้คนตายก็มาหาคนร้ายตามปกติเหมือนทุกเช่นทุกวันแต่ชาวบ้านก็ได้ยินเสียงว่าทั้งคู่มีปากเสียงกันเสียงดังโวยวายหลังจากที่เสียงเงียบไปก็พบว่าผู้ตายถูกคนร้ายแทงนอนอยู่ที่หน้าบ้านคนที่เห็นเหตุการณ์จึงได้โทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุในขณะที่มีกู้ภัยคนหนึ่งได้เล่าให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าเคยไประงับเหตุการณ์ผู้ป่วยโรคประสาททั้งคู่เพราะชอบทะเลาะกันอยู่เป็นประจำมักจะชอบใช้มีดมาทำร้ายกันอย่างเช่นผู้ตายเองก็มีอารมณ์รุนแรงมากโดยยังเคยใช้เอามีดฟันรถพยาบาลมาแล้วเลยกู้ภัยยังรู้สึกแปลกใจปกติไม่เห็นทั้งคู่ทะเลาะกันไม่คิดว่าทั้งคู่จะมาเป็นเพื่อนกันแต่สุดท้ายก็ต้องมาฆ่ากันตาย