Snow monkey park ชิวจริงลิงเเช่ออนเซ็น

ลิงบ้านเราชอบปีนป่ายต้นไม้ต้นมะพร้าว เเต่ลิงที่ญี่ปุ่นเขาเเช่บ่อน้ำพุร้อนกันเลยนะเนี่ยน่าจะชิลเขาหละส่งสัยจะหนาว

ที่ประเทศญี่ปุ่นในจังหวัด Nagano  มีสถานทีท่องเที่ยวชื่อว่าอุทยานลิงจิโกกุดานิ (jigokudani monkey park) หรืออีกชื่อที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกัน Snow monkey park

สถานที่ตั้งของ อุทยานลิงจิโกกุดานิ อยู่ที่ยามาโนอูจิ เหนือระดับน้ำทะเล 850 เมตร เป็นเเถบที่มีอุณหภูมิ 1ใน3 ของตลอดทั้งปี ช่วงหน้าหนาวเเถบนี้จะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวสวยเหมือนน้ำเเข็งใสที่ยังไม่ได้ใสน้ำหวาน 

ในส่วนของอุทยานลิงจิโกกุดานิมีการเก็บค่าเข้าชมในราคา ผู้ใหญ่ 500 เยน เเละสำหรับเด็กจะเก็บอยู่ที่ราคา 250 เยน ซึ่งเป็นราคาครึ่งนึงของผู้ใหญ่

จากที่จอดรถของอุทยานลิงจิโกกุดานิ ประมาณ100เมตร ที่เเรกจะเจอKabanyashi Onsen Area ซึ่งไม่ไกล้จากอุทยานลิงจิโกกุดานิเดินตามทางลาดเพื่อที่จะขึ้นไป อุทยานลิงจิโกกุดานิเพื่อชมลิงหิมะกันต้องเดินขึ้นเขา yumichi promenada ที่ต้องใช้เวลาเดินประมาณ 25นาที หรือถ้าเป็นช่วงที่มีหิมะตกมาก หิมะจะหนาทำให้ต้องใช้เวลาถึง40 นาที

เลยทีเดียว เป็นระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร ละหว่างทางขึ้นไปที่ทางเข้าของ จากที่จอดรถของอุทยานลิงจิโกกุดานิ ประมาณ100เมตร ที่เเรกจะเจอKabanyashi Onsen Area ซึ่งไม่ไกล้จากอุทยานลิงจิโกกุดานิจะเป็นทางเลียบเขาขึ้นเนินไปเรื่อยโยมีทิวทัศน์สองข้างทางเป็นป่าสนสูงใหญ่เเละหนาเเน่นขึ้นกันเรียงรายเป็นระเบียบในบางช่วงจะมีลำธารเล็กไหลผ่านเมื่อพ้นป่าสนออกมา ก็จะถึงจุดพัก jigokudani onsen เเละที่นี่มีเรียวคังให้สำหรับนักท่องเที่ยวมาพักอีกด้วย

ถัดไปไม่ไกลจะเจอจุดที่ลิงหิมะมาเเช่บ่อน้ำพุร้อนกัน 

สำหรับบ่อน้ำพุร้อนในอุทยานซึ่งทางอุทยานสร้างขึ้นไว้สำหรับลิงโดยเฉพาะ ลิงที่มาเเช่บ่อน้ำพุร้อนที่นี่เป็นลิงป่า ชื่อลิงกังญี่ปุ่นเเก้มเเดงลักษณะมีขนฟู สีของขนจะออกสีน้ำตาลอ่อนปนเทา หรือเหลืองอ่อนๆปนเเดงอ่อนๆ ที่อุทยาน อุทยานลิงจิโกกุดานิเปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปีเเต่ส่วนมากลิงจะลงมาเเช่ที่บ่อน้ำพุร้อนในช่วงหน้าหนาว ในช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม เเต่ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์จะเป็นช่วงที่ดีที่สุด

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ดูบอล

สถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาว

เมื่อเข้าหน้าหนาวนั้นเรานั้นก็ต้องนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เรานั้นอยากจะไปเที่ยวเพื่อที่เรานั้นจะพักผ่อนย่อนคลายเพื่อที่จะหาความสุขใส่ตัวเราเองบ้างการที่เรานั้นจะไปเที่ยวนั้นเราก็หาสถานที่เที่ยวนั้นไปเที่ยวว่าเรานั้นอยากที่จะไปเที่ยวที่ไหนและเรานั้นจะลองเอามาให้คุณนั้นเลือกว่าสถานที่เรานั้นแนะนำนั้นเพื่อว่าจะชอบเพราะว่าเมืองไทยของเรานั้นมีสถานที่ให้เรานั้นไปเที่ยวได้มากมายว่าเรานั้นเลือกที่จะที่ไหน เรานั้นจะไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวเมืองนอกนั้นก็ได้ ไปดูกันว่ามีสถานที่ไหนกันบ้าง  

 

  • ภูทับเบิก  เป็นสถานที่ไม่ว่าใครหลายคนนั้นต้องการที่จะไปเที่ยวสักครั้งเพราะว่าเป็นสถานที่ยอดฮิต เลยก็ว่าได้เพราะว่าเป็นบรรยากาศที่ดีมีวิวที่สวย  และเรานั้นจะมองเห็นทะเลหมอกได้อย่างชัดเจนและเรานั้นสามารถที่เข้าไปกางเต้นที่นั้นก็ได้เหมือนกัน เพราะว่าใครที่ไปเที่ยวก็อยากที่จะสูดอากาศที่เย็นและทำให้ปอดของเรานั้นได้รับกับอากาศที่เย็นเพื่อที่เรานั้นรับกับอากาศที่เย็นเพราะว่าหน้าหนาวของเมืองไทยนั้นมีน้อยเพราะว่าจะหนาวเพียงแค่เดือนถึงสองเดือนเพียงเท่านั้นนอกจากนี้ก็จะร้อน  
  • ไหว้พระวัดผาซ่อนแก้ว  เป็นอีกสถานที่เรานั้นหน้าไปเที่ยวเพราะว่าเรานั้นได้ทั้งการไหว้พระและได้รับลมเย็นหรือว่าลมหนาวเลยก็ว่าได้เพราะว่าอากาศที่หนาวนั้นที่วัดนั้นก็เย็นเหมือนกัน และเรานั้นสามารถที่จะมองเห็นทะเลหมอกได้เหมือนกัน เพราะว่าวัดผ่าซ่อนแก้วนั้นก็ต้องขับรถขึ้นเขาเหมือนกัน 
  • เขาชนไก่  เป็นสถานที่ประเทศไทยนั้นได้มีการป้องป้องพื้นที่ให้เรานั้นมีที่อยู่จนทุกวันนี้เหมือนกัน  ที่นี่นั้นก็เหมือนสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้เรานั้นขึ้นไปรับลมหนาวได้เหมือนกัน ส่วนใครที่อยากจะพักค้างคืนที่นี่นั้นก็ได้เพราะว่าทางที่เขาชนไก่นั้นก็มีอุปกรณ์ให้เรานั้นเช่ากางเต้นท์นอนได้เหมือนกัน  มีห้องน้ำ มีอาหารเครื่องดืมให้เรานั้นเลือกซื้อเพื่อความสะดวกสบายนั้นอีกด้วย 
  • ม่อนแจ่ม  เป็นสถานที่ที่เรานั้นคิดว่าต้องมีใครหลายคนนั้นอยากจะไปเที่ยวสักครั้งเพราะว่าเป็นสถานที่สวยงามอย่างมาก และเรานั้นต้องขับรถไปถึงเชียงใหม่กันเลย  เพราะว่าที่นี่นั้นก็มีหมู่บ้านชาวเขาที่อยู่และใช้ชีวิตเหมือนเป็นการต้อยรับให้เรานั้นไปเที่ยวแถมมีไร่กาแฟให้เรานั้นเข้าไปนั่งชิมกาแฟอุ่นๆ และเรานั้นได้รับลมหนาวโอ้ยเป็นอะไรที่ฟินไปอีกอย่าง

 

เป็นไงบ้างสถานที่เรานั้นแนะนำเพื่อว่าใครหลายคนนั้นอยากที่จะไปเที่ยวในช่วงหน้าหนาวกัน

2 หนุ่มเพื่อนซี้ป่วยโรคประสาทคลั่งคู่

2 หนุ่มเพื่อนซี้ป่วยโรคประสาทคลั่งคู่ จึงทะเลาะกันแล้วแทงกันเสียชีวิต

   เมื่อวันที่ 22 เดือนมีนาคมปีพ.ศ 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจของจังหวัดนครราชสีมาได้รับแจ้งว่ามีคนทะเลาะกันถึงขนาดที่ทำร้ายร่างกายกันให้เจ้าหน้าที่ช่วยไปทำการห้ามปรามและเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านชั้นเดียวซึ่งมีรั้วบ้านล้อมรอบเมื่อเปิดประตูรั้วเข้าไปก็พบกับผู้เสียชีวิตซึ่งนอนตายจมกองเลือดอยู่ตรงหน้าบ้านสภาพศพมีแผลทั้งที่ตัวและที่หัวรวมถึงที่แก้มก็ยังมีมีดปักคาอยู่ในระหว่างที่กำลังตรวจสอบศพนั่นเอง

ก็ได้มีคนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าคนที่ลงมือทำร้ายชายที่อยู่หน้าบ้านนั้นอาจจะยังหลบซ่อนอยู่ในบริเวณบ้านพักดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้บุกเข้าไปจับกุมคนร้ายในบ้านพักซึ่งเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าตรงหน้าทีวีมีกองเลือดมหึมากองอยู่โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคิดว่าที่หน้าทีวีนี้น่าจะเป็นจุดที่เริ่มก่อเหตุทะเลาะวิวาทและเริ่มทำร้ายกันก่อนที่คนตายจะวิ่งออกไปเสียชีวิตตายคาที่หน้าบ้านและเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามค้นหาคนร้ายซ่อนตัวอยู่ตรงจุดไหนก็ไปพบว่าคนร้ายแอบอยู่ในตู้เสื้อผ้า

ซึ่งทางกู้ภัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยกันบุกเข้าจับกุมตัวและสามารถจับตัวคนร้ายเอาไว้ได้เบื้องต้นได้มีการตรวจสอบเอกสารคนตายทราบชื่อภายหลังว่าชื่อนายอธิวัฒน์อายุเพียงแค่ 21 ปี

ซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคประสาทคนตายมักจะชอบมานอนเล่นอยู่ที่บ้านของนายรักชาติ ซึ่งเป็นคนที่ก่อเหตุแทนนายอภิวัฒน์ตายนั่นเองโดยนายรักชาติเองก็เป็นผู้ป่วยโรคประสาทเช่นเดียวกันซึ่งชาวบ้านได้เล่าให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าถ้าทั้งสองคนมีอาการทางประสาทกำเริบทั้งสองคนจะชอบเอามีดออกมาข่มขืนชาวบ้านแล้วเที่ยวเกะกะระรานชาวบ้านไปทั่วจนชาวบ้านพากันเบื่อและเธอมาเป็นอย่างมาก

ซึ่งในวันเกิดเหตุนี้คนตายก็มาหาคนร้ายตามปกติเหมือนทุกเช่นทุกวันแต่ชาวบ้านก็ได้ยินเสียงว่าทั้งคู่มีปากเสียงกันเสียงดังโวยวายหลังจากที่เสียงเงียบไปก็พบว่าผู้ตายถูกคนร้ายแทงนอนอยู่ที่หน้าบ้านคนที่เห็นเหตุการณ์จึงได้โทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุในขณะที่มีกู้ภัยคนหนึ่งได้เล่าให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าเคยไประงับเหตุการณ์ผู้ป่วยโรคประสาททั้งคู่เพราะชอบทะเลาะกันอยู่เป็นประจำมักจะชอบใช้มีดมาทำร้ายกันอย่างเช่นผู้ตายเองก็มีอารมณ์รุนแรงมากโดยยังเคยใช้เอามีดฟันรถพยาบาลมาแล้วเลยกู้ภัยยังรู้สึกแปลกใจปกติไม่เห็นทั้งคู่ทะเลาะกันไม่คิดว่าทั้งคู่จะมาเป็นเพื่อนกันแต่สุดท้ายก็ต้องมาฆ่ากันตาย 

ลูกของตากับยายที่ติดไวรัสโควิด-19 ร่ำไห้ขอโทษสังคม

     หากยังคงจำกันได้ก็รณีที่มีชายสูงวัยพร้อมกับภรรยาได้เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19กลับมาซึ่งทั้งสองท่านไม่ยอมกับตัวอยู่ในบ้านส่งผลให้มีคนหลายคนอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปด้วยเป็นจำนวนมากโดยหนึ่งในนั้นที่ตรวจสอบพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสก็คือหลานของตากับยายนั่นเองซึ่งปัญหาดังกล่าวเมื่อตากับยายไปถึงโรงพยาบาลแล้วไม่ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าไปที่ประเทศที่มีกลุ่มเสียงมาก็ส่งผลให้พยาบาลและแพทย์ที่เข้ามารักษาตากับยาย

ในตอนแรกกลายเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะทำให้ติดเชื้อไวรัสได้และหลานของตากับยายเองที่ติดเชื้อไวรัสมาจากตากับยายก็ไปโรงเรียนส่งผลให้โรงเรียนต้องปิดเพื่อทำความสะอาดและนำเด็กนักเรียนไปตรวจสอบหาไวรัส ซึ่งวันนี้ทำให้หลายคนออกมาต่อว่าตากับยายถึงการกระทำที่ไม่ถูกต้องที่มีการปกปิดเรื่องของประเทศ

ที่มีกลุ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสทำให้หลายคนได้รับผลกระทบซึ่งวันนี้เองทางนักข่าวก็ได้เชิญคนในครอบครัวของตายายเพื่อให้ได้ชี้ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น     ว่าอันที่จริงแล้วตากับยายไม่ได้อยากปกปิดเพียงแต่ว่าเมื่อช่วงที่กลับมาจากญี่ปุ่นในช่วงแรกๆนั้นตากับยายยังไม่มีอาการป่วยจึงไม่แน่ใจว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นการป่วยธรรมดาหรือไม่จึงได้ไปทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแต่ขอยืนยันได้ว่าระหว่างที่กลับมาจากญี่ปุ่นและก่อนจะมีอาการป่วยนั้น

ตากับยายไม่ได้เดินทางออกไปไหนเลยอยู่เพียงในบ้านเท่านั้นจริงสัมผัสกับหลานและลูกชายซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หลังติดเชื้อและเมื่อตารู้สึกไม่สบายจึงได้เดินทางไปหาหมอซึ่งไปถึงครั้งแรกหมอไม่ได้ถามเกี่ยวกับการไปประเทศที่เป็นกลุ่มเสี่ยงตาจึงไม่ได้บอกหมอแต่เมื่อวันรุ่งขึ้นหมอบอกต้องนอนที่โรงพยาบาลตาจึงตัดสินใจบอกหมอว่าไปประเทศญี่ปุ่นมา

ซึ่งช่วงเวลานี้เองที่เป็นรอยต่อที่หลายคนมองว่าตากับยายปกปิดข้อมูลแต่จริงๆแล้วไม่ใช่เพียงแต่ว่าที่โรงพยาบาลไม่ได้ถามจริงไม่ได้บอกแล้วโรงพยาบาลค่อยมาถามวันรุ่งขึ้นซึ่งตากับยายก็ใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้นจึงได้ตัดสินใจบอกหมอที่โรงพยาบาลไปซึ่งเรื่องนี้ตากับยายและทุกคนในครอบครัวรู้สึกเสียใจมากจึงอยากออกมาขอโทษทุกคนในสังคมเพราะที่จริงแล้วไม่ต้องการปกปิดเพียงแต่ไม่ทราบว่าการเจ็บป่วยในครั้งนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19    

แนะนำทุ่งดอกไม้สวยๆ และจุดเช็กอินเก๋ๆ

หลายๆคนคงอยากจะไปเที่ยวแต่บางคนวันหยุดก็มีไม่กี่วันจึงไปเที่ยวไกลไม่ได้ วันนี้เราจึงจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่จังหวัดสระบุรีนอกจากจะไม่ไกลจากกรุงเทพมากแล้วที่นี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปหลายที่มากเพราะงั้นเรามาดูกันว่าจะมีที่ไหนที่น่าไปบ้าง

  1. ทุ่งดอกเก๊กฮวย  เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะรู้ว่าทุ่งดอกเก๊กฮวยที่สวยๆจะอยู่ที่เชียงใหม่ แต่ตอนนี้เราไม่ต้องนั่งเครื่องบินไปไกลเพื่อเพียงแค่จะชมทุ่งดอกเก๊กฮวยแต่เราสามารถที่จะไปแค่ที่สระบุรีแค่นี้เราก็สามารถชมทุ่งดอกเก๊กฮวยได้แล้ว ซึ่งที่นี้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมดอกเก๊กฮวยได้ ซึ้งดอกเก๊กฮวยมีเยอะมาก ซึ่งทำให้เราสึกเหมือนอยู่กลางทุ่งดอกไม่ที่งดงามเราไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงินเยอะเพื่อที่จะชมทุ่งเก๊กฮวย ที่นี้ตังอยู่ใกล้กรุงเทพด้วย เราสามารถขับรถไปไม่นานก็ถึงแล้ว และที่นี้เปิดให้เข้าชมได้ตังแต่เวลา 10.30 น. จนถึง 20.00 น.  และที่นี้เปิดทุกวันนะคะ รับรองว่าไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ 
  2. ทุ่งของดอกคอสมอส ต้องขอบอกว่าดอกคอสมอสเป็นดอกไม้ที่สวยมากๆเลยค่ะ และยิ่งมีดอกไม้เยอะก็ยิ่งทำให้ดูสวยมากขึ้นไปอีก  ซึ้งที่นี้อากาศจะไม่ร้อนมากทำให้เราสามารถชมความงามของดอกไม้ได้โดยที่ไม่ต้องห่วงเรื่องความร้อนของสถานที่ อากาศที่นี้เย็นสบายมาที่นี้สามารถทำให้คุณหายเครียดได้เลย และเค้าจะมีร้านขายเครื่องดื่มเพื่อใครหิวน้ำและไม่ได้เอาน้ำมาด้วยก็จะสามารถซื้อได้ ซึ้งราคาก็ไม่ได้แพงมาก  และเค้าจะเปิดเปิดเป็นช่วงไม่ได้เปิดตลอดเดือนเพราะฉะนั้นต้องวางแผนการเที่ยวด้วยนะคะ 
  3.  ทุ่งของดอกทานตะวัน  ถ้าพูดถึงดอกทานตะวันเชื่อว่าหลายคนคงจะนึกถึงสระบุรีเพราว่าสระบุรีก็มีชื่อเสียงทางด้านของดอกทานตะวันเยอะเลยทีเดียว เพรางั้นชาวสระบุรีหลายคนจึงปลูกดอกทางตะวันและเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เดินชม ซึ่งเมื่อมาดูรวมๆแล้วก็สวยมาก และถ้าคนไหนไปที่ๆเค้าขายเมล็ดทานตะวันด้วยก็จะยิ่งเพิ่มความฟินเข้าไปอีก ชมดอกทานตะวันพร้อมกันทานเมล็ดทานตะวัน ซึ่งที่เปิดทำการ แค่ในฤดูหนาวเท่านั้น และจะเปิดตั้งแต่เวลา 6.00 น. จนถึง 17.00 น. นะคะ

นี่เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่เรานำมาฝากกันบางส่วนเท่านั้น  จังหวัดสระบุรียังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นอื่นอีกมากมายรอให้คุณไปค้นหา  ทั้งสถานที่ไหว้พระที่สำคัญสำคัญ และน้ำตกสวยสวยที่น่าไปพักผ่อน รวมถึงยังมีร้านอาหารที่อร่อยอร่อยอีกมามาย 

พาเทียวน้ำตกจังหวัดกาญจนบุรี

ในช่วงหน้าร้อนก็ร้อนมากๆทำให้คนเราไม่รู้สึกไม่อยากจะทำอะไรเลยอยากจะทิ้งกายให้สบายสบายอยากโกรธใครไปวันนี้เราจะมาแนะนำเก้าน้ำตกที่อยู่ใกล้กรุงเทพเดินทางไม่นานกับความงดงามและน้ำตกที่สวยที่ดีดีด้วย

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นที่จังหวัดกาญจนบุรีสำหรับน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นหรือน้ำตกห้วยขมิ้นเป็นน้ำตกที่เรียกได้ว่ามีความงดงามมากที่สุดในประเทศไทยเลยทีเดียวก็ว่าได้เพราะว่าความงามของม่านน้ำตกที่ค่อยค่อยไหลลงมาเป็นชั้นๆได้ให้บรรยากาศที่รู้สึกดีความเย็นสบายทั้งน้ำตกนี้ก็ถูกรายล้อมไปด้วยต้นไม้ป่าเขา และต้นไม้อีกนานาชนิดทำให้รู้สึกถึงว่านี่คือธรรมชาติทำให้เรารู้สึกสบายใจบางคนก็ถึงกับลืมเลยว่าอากาศร้อนซึ่งน้ำตกห้วยขมิ้นหรือน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมีทั้งหมดเจ็ดชั้นนั้นก็คือ ว่านดงม่านขมิ้นวังหน้าผาฉัตรแก้วไหลจนหลงดงผีเสื้อและร่มเกล้าฉันทั้งหมดนี้เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวมากๆทุกๆฉันให้ความเย็นสบายแล้วก็งดงามมากเลย

น้ำตกเอราวัณที่จังหวัดกาญจนบุรีสำหรับน้ำตกเอราวัณหรืออุทยานแห่งชาติเอราวัณนักท่องเที่ยวหลายหลายคนเรียกว่าสวรรค์ชั้นเจ็ดซึ่งน้ำตกเอราวัณถือได้ว่ามีความงามติดอันดับของประเทศไทย เลยทั้งบรรยากาศทั้งม่านน้ำของน้ำตกให้ความงดงามรู้สึกสบายใจเย็นสบายน้ำตกจะมีสีเขียวมรกตสวยงามทำให้รู้สึกสบายใจใครที่อยากผ่อนคายแนะนำให้มาที่นี่ขับรถไม่นานก็ได้พบกับบรรยากาศดีดีและความผ่อนคลายมากมาย

น้ำตกไทรโยคใหญ่ที่จังหวัดกาญจนบุรีน้ำตกไทรโยคใหญ่เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาและน้ำก็ไหลลงสู่แม่น้ำเลยนักท่องเที่ยวจะสามารถเดินชมน้ำตกพร้อมกับเดินข้ามสะพานแขวนซึ่งน้ำตกนี้ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาตินักท่องเที่ยวสามารถไปชมได้หรือจะสามารถถ่ายรูปคู่กับน้ำตกบนสะพานแขวนก็ได้ที่น้ำตกไทรโยคใหญ่มีให้เช่าเต็นเพื่อสำหรับนอนเต็นท์แถวแถวน้ำตกมีบ้านพักให้คุณเช้าและร้านอาหารมากมายซึ่งต้องขอบอกว่าร้านอาหารแถวนี้ก็มีรสชาติดีทำอาหารอร่อยอร่อยกันทั้งนั้นและยังมีบริการทัวร์ล่องเรือแม่น้ำแควน้อยนักท่องเที่ยวสามารถล่องแพชมความงามของน้ำตกและธรรมชาติได้

ซึ่งก็ให้ความรู้สึกสบายและรู้สึกดีมากๆ ถ่ายรูปคู่กับน้ำตกบนสะพานแขวนก็ได้ที่น้ำตกไทรโยคใหญ่มีให้เช่าเต็นเพื่อสำหรับนอนเต็นท์แถวแถวน้ำตกมีบ้านพักให้คุณเช้าและร้านอาหารมากมายซึ่งต้องขอบอกว่าร้านอาหารแถวนี้ก็มีรสชาติดีทำอาหารอร่อยอร่อยกันทั้งนั้นและยังมีบริการทัวร์ล่องเรือแม่น้ำแควน้อยนักท่องเที่ยวสามารถล่องแพชมความงามของน้ำตกและธรรมชาติได้ซึ่งก็ให้ความรู้สึกสบายและรู้สึกดีมากๆ

พาเที่ยววัดบางจากจังหวัดนนทบุรี

หลายคนในวันหยุดไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนแนะนำว่าหากไม่อยากไปเที่ยวไหนไกลๆจากกรุงเทพเรามีวัfแนะนำเป็นหวัดอยู่ในจังหวัดนนทบุรีที่วัดบางจากที่วัดแห่งนี้จะไม่ได้อยู่ติดกับถนนใหญ่ต้องเข้าซอยมาประมาณเกือบ 1 กิโลเมตรซึ่งซอยที่เข้าจากค่อนข้างแคบนิดหนึ่งเป็นรถวิ่งสวนทางกันได้เมื่อเข้ามาถึงที่บริเวณวัดจะมีร้านให้จอดรถซึ่งจะมีการเก็บค่าจอด 20 บาท

และบริเวณตรงลังจอดรถนี่เองจะมีสารนางตะเคียนที่ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอหวยกันเป็นจำนวนมากและหลายคนก็มักจะได้เลขเด็ดจากศาลเจ้าแม่ตะเคียนจากตรงนี้ไปได้มาจากศาลจะมาอะไรกับเทียนเค้าเดินออกมาเข้าสู่ประเด็นเหมือนวัดที่นี่บรรยากาศภายในวัดลมลื่นมีจุดทำเป็นศาลาซึ่งบริเวณนี้จะมีลูกนิมิต วางเรียงรายให้พวกมึงค่อยมาปิดทองซึ่งบริเวณจุดนี้เองจะมีพระพุทธรูปตั้งเรียงกันสามองให้ประชาชนสามารถซื้อดอกไม้ทุกเทียนที่ทางวัดมีขายแล้วนำมากลับไหว้บูชาใกล้ใกล้กันจะมีศาลาเพื่อให้ประชาชนได้มาทำสังฆทาน

ซึ่งจะทำทั้งสังฆทานสดหรือสังฆทานให้ก็ได้และเมื่อเรากลับไหว้บูชาทำบุญจะทานเสร็จเรียบร้อยแล้วใกล้ใกล้กันจะมีจุดให้ประชาชนได้รอดอุโมงค์ซึ่งเรียกว่าการลอดใต้ถุนโบสถ์ซึ่งการเดินลอดใต้ถุนโบสถ์นั้นส่วนใหญ่จะนิยมเดินวนใต้ถุนโบสถ์กันอยู่ที่ประมาณสามรอบ ที่วัดแห่งนี้จะมีจุดที่เรียกว่าไทยชีวิตโคกระบือและสามารถให้อาหารโคกระบือได้ด้วยโดยที่กระป๋องละ 10 บาทรวมถึงสามารถเดินไปทางแม่น้ำจะมี. ขายอาหารปลาสามารถซื้อไปให้ปลาทานได้ 10 เป็นปลาที่ถูกปล่อยไว้อยู่ในแม่น้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งบริเวณใกล้เคียงกันนี้ก็จะมีรูปปั้นเกี่ยวกับประวัติของพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับเรื่องของทางพระพุทธศาสนา

ให้เราได้เดินชมความงามเต็มไปหมดที่วัดบางจากแห่งนี้นิยมมาทำบุญกัน เป็นจำนวนมากเป็นวัดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรีเลยทีเดียวโดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่างๆประชาชนจะพากันเดินทางมากราบไหว้ขอพรพระไม่ได้ขาดสายและขนาดนี้วัดอยู่ระหว่างการปรับปรุงซ่อมแซมสร้างโบสถ์ใหม่หากใครที่สนใจจะไปทำบุญร่วมกันสร้างอุโบสถในช่วงนี้ยังสามารถเดินทางมาร่วมทำบุญด้วยกันได้เพราะเค้าว่ากันว่าการสร้างอุโบสถจะได้บุญเยอะส่งผลให้เราได้ขึ้นสวรรค์

สำหรับการเดินทางมาที่วัดแห่งนี้นั้นจะไม่มีรถเมล์วิ่งผ่านดังนั้นการเดินทางมาตั้งต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวของตัวเองหรืออาจจะเรียกรถแท็กซี่มาก็ได้สามารถเข้าไปเยี่ยมชมกับวายพระได้ตั้งแต่เวลา 08:00 น. จนถึง 17:00 น. ของทุกวัน

อัดคลิปรายการท้าผี

ข่าวคลิปยูทูบเบอร์เอาเบียร์เคาะหลุมศพอาม่าของ เบ็น อาปาเช่

           จากกรณีที่ เบ๊น อาปาเช่ ออกมาโพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัวแสดงความไม่พอใจที่มียูทูบเบอร์รายหนึ่งอัดคลิปรายการท้าผี โดยเข้าไปบันทึกภาพที่ป่าช้าของคนจีนแล้วไปนั่งดื่มเบียร์ที่สุสานคนจีนรายหนึ่ง พร้อมทั้งเอาขวดเบียร์เคาะเรียกให้ผีออกมากินบเบียร์ด้วยกัน ซึ่งทาง เบ๊น อาปาเช่ ระบุว่าตนเองได้คลิปนี้มาจากแฟนคลับส่งมาให้ พอได้ดูก็เกิดความรู้สึกไม่พอใจมาก ที่สำคัญสุสานที่ยูทูบเบอร์รายนั้นนั่งเคาะเรียกผีเป็นสุสานของอาม่าของตนเอง  ซึ่งทาง เบ๊น อาปาเช่ ระบุว่าการที่ทางยูทูบเบอร์คนนั้น มาอัดคลิปทำรายการแบบนี้เหมือนเป็นการไม่เคารพผู้เสียชีวิต ซึ่งไม่ควรจะทำเป็นอย่างยิ่งไม่ว่าจะอาม่าของตนเองหรือของครอบครัวอื่น เพราะบรรพบุรุษของใคร ใครก็รัก ซึ่งเคาะเรียกผีดังกล่าวได้มีการถ่ายทอดลงยูทูบด้วย 

           สำหรับ เบ๊น อาปาเช่ หลายคนคนยังจำกันได้ เพราะเขาเองก็เป็นยูทูบเบอร์ ที่โด่งดังมากในปี  พ.ศ.2560 โดยคลิปของ เบ๊น อาปาเช่ จะถ่ายกับอาม่า จับอาม่ามาแต่งตัวและทำคลิปแกล้งอาม่า ซึ่งอาม่าเป็นที่รักของชาวโซเชียวเป็นอย่างมากและได้เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2560

         หลังจากที่มีข่าวออกมา ทางเจ้าของยูทูบเอาขวดเบียร์เคาะหลุมศพ ได้ออกมาลบโพสต์ออกและคลิปก็ได้ปิดการมองเห็นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งส่งข้อความถึงเบ๊น อาปาเช่ เพื่อแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอโทษ เบ๊น อาปาเช่แล้วซึ่งทางยูทูบเบอร์คนนั้น ยังบอกด้วยว่าตอนนี้ มีพิมพ์เข้ามาขู่มากมาย และขอร้องให้ยกโทษให้เพราะตอนนี้รู้สึกเสียใจกับการกระทำที่ได้ทำไปมาก

          เกี่ยวกับข่าวนี้ อย่างที่ เบ๊น อาปาเช่ กล่าวไว้ว่าบรรพบุรุษของใครเขาก็รักและเคารพของเขา อย่าเล่นมากจนล้ำเส้นไปดูถูกบรรพบุรุษของคนอื่น  ทุกคนเข้าใจว่าคนเราต้องพยายามหาอะไรทำให้คนอื่นๆสนใจเพื่อเรียกยอดไลน์ ยอดแชร์ แต่การจะทำอะไรก็แล้วแต่ควรมีขอบเขต ไม่ควรสร้างความเสื่อมเสียให้กับคนอื่น อย่างไรก็ดียูทูบเบอร์ที่อัดคลิปเคาะสุสานของอาม่าก็ได้รับผลกรรมจากชาวโซเชียวบ้างแล้ว เพราะเขาทั้งโดนขู่อาฆาต ขู่ทำร้ายมีแต่คนเกลียดชังเขา ซึ่งเขาเข้าใจผลของการทำอะไรแบบไม่คิด ไม่มีสติ ทำไปเพราะความเมาแล้ว ว่ามีผลเสียตามมาแค่ไหน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะเป็นอุทาหรณ์ของกับยูทูบเบอร์คนอื่นๆที่คิดจะทำอะไรพิเรนท์ขอให้คิดก่อนทำจะได้ไม่เสียใจทีหลัง

เหตุการณ์ทหารก่อเหตุยิง

เปิดเหตุผลอะไรคือชนวนที่คนร้ายก่อเหตุกราดยิงที่เมืองย่าโม

  จากกรณีที่มีเหตุการณ์ทหารก่อเหตุยิงผู้บังคับบัญชาของตัวเองและแม่ยายของผู้บังคับบัญชาเสียชีวิต รวมถึงประชาชนอีกหลายคนในจังหวัดนครราชสีมานั้น ทางสำนักข่าวช่องอมรินทร์ ได้มีการลงพื้นที่เพื่อไปตรวจสอบความจริงที่ว่าอะไรคือสาเหตุทีทำให้ทหารคนหนึ่งที่เคยสัญญาเอาไว้ว่าจะมีการรับใช้ประชาชน รับใช้ชาติบ้านเมืองต้อมาก่อเหตุฆ่าประชาชนไปเป็นจำนวนมากได้ กลายเป็นทหารคลั่งที่ใครใครต่างก็พากันหวาดกลัว เมื่อไปสอบถามเกี่ยวกับเพื่อนบ้านของนายทหารคนที่ก่อเหตุ เขาได้เล่าให้นักข่าวฟังว่าปมการก่อเหตุจริงจริงแล้วน่าจะมาจากเรื่องเงินตามที่เคยเป็นข่าว

แต่จำนวนเงินนั้นไม่ใข่แค่ห้าหมื่นบาท เพราะเท่าที่ทราบมาเป็นเงินเกือบห้าแสนบาทด้วยซ้ำไป ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเพราะทหารคนที่ก่อเหตุได้ไปซื้อบ้านหลังหนึ่งที่ราคาประเมินจากกรมที่ดินอยู่ที่ประมาณ หนึ่งล้านบาท แต่ทหารคนดังกล่าวซื้อมาในราคา หนึ่งล้านห้าแสนบาทและคนร้ายจะต้องได้เงินส่วนต่างของราคาบ้านมาเกือบห้าแสนบาท แต่ทางแม่ยายของผู้พันที่เป็นหัวหน้าของทหารคนที่ก่อเหตุไม่ยอมให้เงินนายทหารคนดังกล่าวโดยอ้างว่ามีการฝากเงินไปให้กับนายหน้าขายที่ดินไปแล้ว

และเมื่อนายทหารคนนั้นมีการไปทวงถามบ่อยบ่อยก็ถูกทางผู้พันที่เป็นหัวหน้าขู่ว่าจะขัง ซึ่งเมื่อนักข่าวได้ไปสอบถามเกี่ยวกับราคาการสร้างบ้านก็พบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีแม่ยายของผู้พันที่เป็นหัวหน้าของทหารจ้างให้สร้างในราคาแค่เพียงแสนเดียวเท่านั้นส่วนที่กินก็มีการประเมินราคาแล้วอยู่ที่ 3-4 แสนบาทเท่านั้น

ส่วนที่เหลือก็เป็นราคาของวัสดุที่นำมาสร้างบ้าน ซึ่งก็ไม่น่าจะเยอะมากนัก ซึ่งนายทหารคนที่ก่อเหตุต้องการเงินบางส่วนมาเพื่อเอาเงินไปช่วยแม่ให้นำไปใช้หนี้ที่ ธ.ก.ส. แต่ก็ถูกทางผู้พันและแม่ยายปฏิเสธและขู่จะขังห้องขังทหารตลอด นี่เองอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ทหารคนดังกล่าวเกิดความคลุ้มคลั่งและที่สำคัญ นายหน้าคนที่บอกว่ารับเงินไปแล้วนั้น

ก็เอาเงินของทหารคนดังกล่าวไปใช้เที่ยวเล่นหมดแล้ว เมื่อทหารเห็นว่ามีแต่คนรุมรังแกและตนเองไม่มีทางสู้จึงเกิดความต้องการที่จะฆ่าผู้คนเหล่านั้นขึ้นมาซึ่งเขาทำเกินกว่าเหตุมากเกินไปเพราะแทนที่เขาจะฆ่าเฉพาะคนที่เขาต้องการล้างแค้นเท่านั้น แต่เขากลับฆ่าคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยไปอีกหลายคน  แต่อย่างไรก็ดีเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าเหตุมาจากที่หัวหน้าที่มียศสูงกว่าใช้อำนาจหน้าที่รังแกทหารที่มียศน้อยกว่า ซึ่งทางหน่วยงานทหารควรจะต้องออกมารับผิดชอบในเรื่องนี้

ข่าวที่เป็นกระแสดังในตอนนี้

ชาวบ้านเมืองลิง ช่วยกันออกเงินนำมาเป็นรางวัลนำจับโจรปล้นที่โรบินสัน

            อยากที่เราได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับโจรที่ปล้นร้านทอง ที่ห้างโรบินสัน จังหวัดลพบุรีมาสักพักแล้วว่าตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายให้มารับโทษได้ ซึ่งอยากที่ทุกคนรู้กันดีว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนขวัญให้กับคนทั้งประเทศไม่ใช่เฉพาะคนในเขตพื้นที่จังหวัดลพบุรีเท่านั้น ยิ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้บาดเจ็บและมีคนเสียชีวิตหลายคนและยังเป็นการกระทำที่อุจอาจเพราะก่อเหตุในช่วงที่ยังมีคนเดินจับจ่ายซื้อของกันเป็นจำนวนมาก

ทำให้หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้จับตัวคนร้ายรายนี้มาลงโทษให้ได้ และถึงแม้ว่าทางรัฐบาลจะส่งหน่ายรบพิเศษ รวมถึงหน่วยคอมมันโด ออกมาเพื่อช่วยกันตามล่าโจรปล้นร้านทองร้ายนี้ก็แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถตามจับคนร้ายได้เลย ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องการความร่วมมือจากประชาชนทุกคนที่รู้เบาะแสให้มีการโทรมาแจ้ง

เพื่อที่จะได้ตามจับคนร้ายได้เร็วยิ่งขึ้น

ซึ่งตอนนี้ประชาชนทั้งประเทศต่างก็จับจ้องการทำงานของตำรวจในครั้งนี้เป็นอย่างมากว่าจะสามารถจับคนร้ายและนำตัวมาลงโทษได้เมื่อไร และพร้อมกันนี้มีหลายหน่วยงานที่ตั้งรางวัลขึ้นมาเพื่อจำจับคนร้ายหากใครที่สามารถให้เบาะแสจนสามารถตามจับตัวคนร้ายได้ก็จะได้เงินรางวัลนั้นไปซึ่งขณะนี้มีการตั้งรางวัลนำจับไว้มากกว่าสี่แสนบาทแล้ว

โดยมีหลายฝ่ายที่ร่วมกันช่วยเหลือออกค่าใช้จ่ายในการเป็นค่ารางวัลนำจับในครั้งนี้ซึ่งได้แก่  ตำรวจกองปราบ ซึ่งมีการมอบเงินรางวัลถึงหนึ่งแสนบาท และจากบริษัทออโรร่า ดีไซน์จำกัดที่เป็นบริษัทแม่ของร้านทองที่ถูกโจรปล้นทองไปในห้างโรบินสัน ก็ให้รางวัลนำจับอีกหนึ่งแสนบาทเช่นกัน ยังมีผู้ใช้เพจเฟสบุ๊กจากโรงคัดทานตะวัน ถั่วเขียว ข้าวโพดที่เห็นข่าวนี้แล้วทนไม่ได้จึงได้ร่วมลงขันช่วยเหลือออกเงินรางวัลนำจับให้อีก ห้าหมื่นบาท พร้อมกันนี้ก็ยังมีเพจจากชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

ซึ่งนำเงินมาร่วมด้วยอีก สามหมื่นบาท และยังมีแพนเพจจากโหลกแดงและจากจ่าพิชิต ส่งเงินเข้ามาช่วยลงขันนำมาเป็นรางวัลนำจับอีกคนละ หนึ่งหมื่นบาทอีกด้วย ซึ่งตอนนี้ถ้านำเงินมารวมกับของประชาชนชาวลพบุรีที่ทนดูเหตุการณ์นี้ไม่ได้ต่างก็ร่วมลงขันเพิ่มเงินเข้ามาอีกซึ่งรวมแล้วเป็นเงินสี่แสนกว่าบาทแล้ว และหากใครที่รู้เบาะแส ก็สามารถแจ้งเบาะแสคนร้ายให้ตำรวจได้ด้วยการโทรแจ้งไปที่ 191 หรือจะโทรไปที่ 1599 ก็ได้สามารถแจ้งได้ตลอด 24 ชม.