แนะนำทุ่งดอกไม้สวยๆ และจุดเช็กอินเก๋ๆ

หลายๆคนคงอยากจะไปเที่ยวแต่บางคนวันหยุดก็มีไม่กี่วันจึงไปเที่ยวไกลไม่ได้ วันนี้เราจึงจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่จังหวัดสระบุรีนอกจากจะไม่ไกลจากกรุงเทพมากแล้วที่นี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปหลายที่มากเพราะงั้นเรามาดูกันว่าจะมีที่ไหนที่น่าไปบ้าง

  1. ทุ่งดอกเก๊กฮวย  เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะรู้ว่าทุ่งดอกเก๊กฮวยที่สวยๆจะอยู่ที่เชียงใหม่ แต่ตอนนี้เราไม่ต้องนั่งเครื่องบินไปไกลเพื่อเพียงแค่จะชมทุ่งดอกเก๊กฮวยแต่เราสามารถที่จะไปแค่ที่สระบุรีแค่นี้เราก็สามารถชมทุ่งดอกเก๊กฮวยได้แล้ว ซึ่งที่นี้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมดอกเก๊กฮวยได้ ซึ้งดอกเก๊กฮวยมีเยอะมาก ซึ่งทำให้เราสึกเหมือนอยู่กลางทุ่งดอกไม่ที่งดงามเราไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงินเยอะเพื่อที่จะชมทุ่งเก๊กฮวย ที่นี้ตังอยู่ใกล้กรุงเทพด้วย เราสามารถขับรถไปไม่นานก็ถึงแล้ว และที่นี้เปิดให้เข้าชมได้ตังแต่เวลา 10.30 น. จนถึง 20.00 น.  และที่นี้เปิดทุกวันนะคะ รับรองว่าไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ 
  2. ทุ่งของดอกคอสมอส ต้องขอบอกว่าดอกคอสมอสเป็นดอกไม้ที่สวยมากๆเลยค่ะ และยิ่งมีดอกไม้เยอะก็ยิ่งทำให้ดูสวยมากขึ้นไปอีก  ซึ้งที่นี้อากาศจะไม่ร้อนมากทำให้เราสามารถชมความงามของดอกไม้ได้โดยที่ไม่ต้องห่วงเรื่องความร้อนของสถานที่ อากาศที่นี้เย็นสบายมาที่นี้สามารถทำให้คุณหายเครียดได้เลย และเค้าจะมีร้านขายเครื่องดื่มเพื่อใครหิวน้ำและไม่ได้เอาน้ำมาด้วยก็จะสามารถซื้อได้ ซึ้งราคาก็ไม่ได้แพงมาก  และเค้าจะเปิดเปิดเป็นช่วงไม่ได้เปิดตลอดเดือนเพราะฉะนั้นต้องวางแผนการเที่ยวด้วยนะคะ 
  3.  ทุ่งของดอกทานตะวัน  ถ้าพูดถึงดอกทานตะวันเชื่อว่าหลายคนคงจะนึกถึงสระบุรีเพราว่าสระบุรีก็มีชื่อเสียงทางด้านของดอกทานตะวันเยอะเลยทีเดียว เพรางั้นชาวสระบุรีหลายคนจึงปลูกดอกทางตะวันและเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เดินชม ซึ่งเมื่อมาดูรวมๆแล้วก็สวยมาก และถ้าคนไหนไปที่ๆเค้าขายเมล็ดทานตะวันด้วยก็จะยิ่งเพิ่มความฟินเข้าไปอีก ชมดอกทานตะวันพร้อมกันทานเมล็ดทานตะวัน ซึ่งที่เปิดทำการ แค่ในฤดูหนาวเท่านั้น และจะเปิดตั้งแต่เวลา 6.00 น. จนถึง 17.00 น. นะคะ

นี่เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่เรานำมาฝากกันบางส่วนเท่านั้น  จังหวัดสระบุรียังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นอื่นอีกมากมายรอให้คุณไปค้นหา  ทั้งสถานที่ไหว้พระที่สำคัญสำคัญ และน้ำตกสวยสวยที่น่าไปพักผ่อน รวมถึงยังมีร้านอาหารที่อร่อยอร่อยอีกมามาย 

พาเทียวน้ำตกจังหวัดกาญจนบุรี

ในช่วงหน้าร้อนก็ร้อนมากๆทำให้คนเราไม่รู้สึกไม่อยากจะทำอะไรเลยอยากจะทิ้งกายให้สบายสบายอยากโกรธใครไปวันนี้เราจะมาแนะนำเก้าน้ำตกที่อยู่ใกล้กรุงเทพเดินทางไม่นานกับความงดงามและน้ำตกที่สวยที่ดีดีด้วย

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นที่จังหวัดกาญจนบุรีสำหรับน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นหรือน้ำตกห้วยขมิ้นเป็นน้ำตกที่เรียกได้ว่ามีความงดงามมากที่สุดในประเทศไทยเลยทีเดียวก็ว่าได้เพราะว่าความงามของม่านน้ำตกที่ค่อยค่อยไหลลงมาเป็นชั้นๆได้ให้บรรยากาศที่รู้สึกดีความเย็นสบายทั้งน้ำตกนี้ก็ถูกรายล้อมไปด้วยต้นไม้ป่าเขา และต้นไม้อีกนานาชนิดทำให้รู้สึกถึงว่านี่คือธรรมชาติทำให้เรารู้สึกสบายใจบางคนก็ถึงกับลืมเลยว่าอากาศร้อนซึ่งน้ำตกห้วยขมิ้นหรือน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมีทั้งหมดเจ็ดชั้นนั้นก็คือ ว่านดงม่านขมิ้นวังหน้าผาฉัตรแก้วไหลจนหลงดงผีเสื้อและร่มเกล้าฉันทั้งหมดนี้เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวมากๆทุกๆฉันให้ความเย็นสบายแล้วก็งดงามมากเลย

น้ำตกเอราวัณที่จังหวัดกาญจนบุรีสำหรับน้ำตกเอราวัณหรืออุทยานแห่งชาติเอราวัณนักท่องเที่ยวหลายหลายคนเรียกว่าสวรรค์ชั้นเจ็ดซึ่งน้ำตกเอราวัณถือได้ว่ามีความงามติดอันดับของประเทศไทย เลยทั้งบรรยากาศทั้งม่านน้ำของน้ำตกให้ความงดงามรู้สึกสบายใจเย็นสบายน้ำตกจะมีสีเขียวมรกตสวยงามทำให้รู้สึกสบายใจใครที่อยากผ่อนคายแนะนำให้มาที่นี่ขับรถไม่นานก็ได้พบกับบรรยากาศดีดีและความผ่อนคลายมากมาย

น้ำตกไทรโยคใหญ่ที่จังหวัดกาญจนบุรีน้ำตกไทรโยคใหญ่เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาและน้ำก็ไหลลงสู่แม่น้ำเลยนักท่องเที่ยวจะสามารถเดินชมน้ำตกพร้อมกับเดินข้ามสะพานแขวนซึ่งน้ำตกนี้ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาตินักท่องเที่ยวสามารถไปชมได้หรือจะสามารถถ่ายรูปคู่กับน้ำตกบนสะพานแขวนก็ได้ที่น้ำตกไทรโยคใหญ่มีให้เช่าเต็นเพื่อสำหรับนอนเต็นท์แถวแถวน้ำตกมีบ้านพักให้คุณเช้าและร้านอาหารมากมายซึ่งต้องขอบอกว่าร้านอาหารแถวนี้ก็มีรสชาติดีทำอาหารอร่อยอร่อยกันทั้งนั้นและยังมีบริการทัวร์ล่องเรือแม่น้ำแควน้อยนักท่องเที่ยวสามารถล่องแพชมความงามของน้ำตกและธรรมชาติได้

ซึ่งก็ให้ความรู้สึกสบายและรู้สึกดีมากๆ ถ่ายรูปคู่กับน้ำตกบนสะพานแขวนก็ได้ที่น้ำตกไทรโยคใหญ่มีให้เช่าเต็นเพื่อสำหรับนอนเต็นท์แถวแถวน้ำตกมีบ้านพักให้คุณเช้าและร้านอาหารมากมายซึ่งต้องขอบอกว่าร้านอาหารแถวนี้ก็มีรสชาติดีทำอาหารอร่อยอร่อยกันทั้งนั้นและยังมีบริการทัวร์ล่องเรือแม่น้ำแควน้อยนักท่องเที่ยวสามารถล่องแพชมความงามของน้ำตกและธรรมชาติได้ซึ่งก็ให้ความรู้สึกสบายและรู้สึกดีมากๆ

พาเที่ยววัดบางจากจังหวัดนนทบุรี

หลายคนในวันหยุดไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนแนะนำว่าหากไม่อยากไปเที่ยวไหนไกลๆจากกรุงเทพเรามีวัfแนะนำเป็นหวัดอยู่ในจังหวัดนนทบุรีที่วัดบางจากที่วัดแห่งนี้จะไม่ได้อยู่ติดกับถนนใหญ่ต้องเข้าซอยมาประมาณเกือบ 1 กิโลเมตรซึ่งซอยที่เข้าจากค่อนข้างแคบนิดหนึ่งเป็นรถวิ่งสวนทางกันได้เมื่อเข้ามาถึงที่บริเวณวัดจะมีร้านให้จอดรถซึ่งจะมีการเก็บค่าจอด 20 บาท

และบริเวณตรงลังจอดรถนี่เองจะมีสารนางตะเคียนที่ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอหวยกันเป็นจำนวนมากและหลายคนก็มักจะได้เลขเด็ดจากศาลเจ้าแม่ตะเคียนจากตรงนี้ไปได้มาจากศาลจะมาอะไรกับเทียนเค้าเดินออกมาเข้าสู่ประเด็นเหมือนวัดที่นี่บรรยากาศภายในวัดลมลื่นมีจุดทำเป็นศาลาซึ่งบริเวณนี้จะมีลูกนิมิต วางเรียงรายให้พวกมึงค่อยมาปิดทองซึ่งบริเวณจุดนี้เองจะมีพระพุทธรูปตั้งเรียงกันสามองให้ประชาชนสามารถซื้อดอกไม้ทุกเทียนที่ทางวัดมีขายแล้วนำมากลับไหว้บูชาใกล้ใกล้กันจะมีศาลาเพื่อให้ประชาชนได้มาทำสังฆทาน

ซึ่งจะทำทั้งสังฆทานสดหรือสังฆทานให้ก็ได้และเมื่อเรากลับไหว้บูชาทำบุญจะทานเสร็จเรียบร้อยแล้วใกล้ใกล้กันจะมีจุดให้ประชาชนได้รอดอุโมงค์ซึ่งเรียกว่าการลอดใต้ถุนโบสถ์ซึ่งการเดินลอดใต้ถุนโบสถ์นั้นส่วนใหญ่จะนิยมเดินวนใต้ถุนโบสถ์กันอยู่ที่ประมาณสามรอบ ที่วัดแห่งนี้จะมีจุดที่เรียกว่าไทยชีวิตโคกระบือและสามารถให้อาหารโคกระบือได้ด้วยโดยที่กระป๋องละ 10 บาทรวมถึงสามารถเดินไปทางแม่น้ำจะมี. ขายอาหารปลาสามารถซื้อไปให้ปลาทานได้ 10 เป็นปลาที่ถูกปล่อยไว้อยู่ในแม่น้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งบริเวณใกล้เคียงกันนี้ก็จะมีรูปปั้นเกี่ยวกับประวัติของพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับเรื่องของทางพระพุทธศาสนา

ให้เราได้เดินชมความงามเต็มไปหมดที่วัดบางจากแห่งนี้นิยมมาทำบุญกัน เป็นจำนวนมากเป็นวัดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรีเลยทีเดียวโดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่างๆประชาชนจะพากันเดินทางมากราบไหว้ขอพรพระไม่ได้ขาดสายและขนาดนี้วัดอยู่ระหว่างการปรับปรุงซ่อมแซมสร้างโบสถ์ใหม่หากใครที่สนใจจะไปทำบุญร่วมกันสร้างอุโบสถในช่วงนี้ยังสามารถเดินทางมาร่วมทำบุญด้วยกันได้เพราะเค้าว่ากันว่าการสร้างอุโบสถจะได้บุญเยอะส่งผลให้เราได้ขึ้นสวรรค์

สำหรับการเดินทางมาที่วัดแห่งนี้นั้นจะไม่มีรถเมล์วิ่งผ่านดังนั้นการเดินทางมาตั้งต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวของตัวเองหรืออาจจะเรียกรถแท็กซี่มาก็ได้สามารถเข้าไปเยี่ยมชมกับวายพระได้ตั้งแต่เวลา 08:00 น. จนถึง 17:00 น. ของทุกวัน

อัดคลิปรายการท้าผี

ข่าวคลิปยูทูบเบอร์เอาเบียร์เคาะหลุมศพอาม่าของ เบ็น อาปาเช่

           จากกรณีที่ เบ๊น อาปาเช่ ออกมาโพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัวแสดงความไม่พอใจที่มียูทูบเบอร์รายหนึ่งอัดคลิปรายการท้าผี โดยเข้าไปบันทึกภาพที่ป่าช้าของคนจีนแล้วไปนั่งดื่มเบียร์ที่สุสานคนจีนรายหนึ่ง พร้อมทั้งเอาขวดเบียร์เคาะเรียกให้ผีออกมากินบเบียร์ด้วยกัน ซึ่งทาง เบ๊น อาปาเช่ ระบุว่าตนเองได้คลิปนี้มาจากแฟนคลับส่งมาให้ พอได้ดูก็เกิดความรู้สึกไม่พอใจมาก ที่สำคัญสุสานที่ยูทูบเบอร์รายนั้นนั่งเคาะเรียกผีเป็นสุสานของอาม่าของตนเอง  ซึ่งทาง เบ๊น อาปาเช่ ระบุว่าการที่ทางยูทูบเบอร์คนนั้น มาอัดคลิปทำรายการแบบนี้เหมือนเป็นการไม่เคารพผู้เสียชีวิต ซึ่งไม่ควรจะทำเป็นอย่างยิ่งไม่ว่าจะอาม่าของตนเองหรือของครอบครัวอื่น เพราะบรรพบุรุษของใคร ใครก็รัก ซึ่งเคาะเรียกผีดังกล่าวได้มีการถ่ายทอดลงยูทูบด้วย 

           สำหรับ เบ๊น อาปาเช่ หลายคนคนยังจำกันได้ เพราะเขาเองก็เป็นยูทูบเบอร์ ที่โด่งดังมากในปี  พ.ศ.2560 โดยคลิปของ เบ๊น อาปาเช่ จะถ่ายกับอาม่า จับอาม่ามาแต่งตัวและทำคลิปแกล้งอาม่า ซึ่งอาม่าเป็นที่รักของชาวโซเชียวเป็นอย่างมากและได้เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2560

         หลังจากที่มีข่าวออกมา ทางเจ้าของยูทูบเอาขวดเบียร์เคาะหลุมศพ ได้ออกมาลบโพสต์ออกและคลิปก็ได้ปิดการมองเห็นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งส่งข้อความถึงเบ๊น อาปาเช่ เพื่อแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอโทษ เบ๊น อาปาเช่แล้วซึ่งทางยูทูบเบอร์คนนั้น ยังบอกด้วยว่าตอนนี้ มีพิมพ์เข้ามาขู่มากมาย และขอร้องให้ยกโทษให้เพราะตอนนี้รู้สึกเสียใจกับการกระทำที่ได้ทำไปมาก

          เกี่ยวกับข่าวนี้ อย่างที่ เบ๊น อาปาเช่ กล่าวไว้ว่าบรรพบุรุษของใครเขาก็รักและเคารพของเขา อย่าเล่นมากจนล้ำเส้นไปดูถูกบรรพบุรุษของคนอื่น  ทุกคนเข้าใจว่าคนเราต้องพยายามหาอะไรทำให้คนอื่นๆสนใจเพื่อเรียกยอดไลน์ ยอดแชร์ แต่การจะทำอะไรก็แล้วแต่ควรมีขอบเขต ไม่ควรสร้างความเสื่อมเสียให้กับคนอื่น อย่างไรก็ดียูทูบเบอร์ที่อัดคลิปเคาะสุสานของอาม่าก็ได้รับผลกรรมจากชาวโซเชียวบ้างแล้ว เพราะเขาทั้งโดนขู่อาฆาต ขู่ทำร้ายมีแต่คนเกลียดชังเขา ซึ่งเขาเข้าใจผลของการทำอะไรแบบไม่คิด ไม่มีสติ ทำไปเพราะความเมาแล้ว ว่ามีผลเสียตามมาแค่ไหน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะเป็นอุทาหรณ์ของกับยูทูบเบอร์คนอื่นๆที่คิดจะทำอะไรพิเรนท์ขอให้คิดก่อนทำจะได้ไม่เสียใจทีหลัง

เหตุการณ์ทหารก่อเหตุยิง

เปิดเหตุผลอะไรคือชนวนที่คนร้ายก่อเหตุกราดยิงที่เมืองย่าโม

  จากกรณีที่มีเหตุการณ์ทหารก่อเหตุยิงผู้บังคับบัญชาของตัวเองและแม่ยายของผู้บังคับบัญชาเสียชีวิต รวมถึงประชาชนอีกหลายคนในจังหวัดนครราชสีมานั้น ทางสำนักข่าวช่องอมรินทร์ ได้มีการลงพื้นที่เพื่อไปตรวจสอบความจริงที่ว่าอะไรคือสาเหตุทีทำให้ทหารคนหนึ่งที่เคยสัญญาเอาไว้ว่าจะมีการรับใช้ประชาชน รับใช้ชาติบ้านเมืองต้อมาก่อเหตุฆ่าประชาชนไปเป็นจำนวนมากได้ กลายเป็นทหารคลั่งที่ใครใครต่างก็พากันหวาดกลัว เมื่อไปสอบถามเกี่ยวกับเพื่อนบ้านของนายทหารคนที่ก่อเหตุ เขาได้เล่าให้นักข่าวฟังว่าปมการก่อเหตุจริงจริงแล้วน่าจะมาจากเรื่องเงินตามที่เคยเป็นข่าว

แต่จำนวนเงินนั้นไม่ใข่แค่ห้าหมื่นบาท เพราะเท่าที่ทราบมาเป็นเงินเกือบห้าแสนบาทด้วยซ้ำไป ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเพราะทหารคนที่ก่อเหตุได้ไปซื้อบ้านหลังหนึ่งที่ราคาประเมินจากกรมที่ดินอยู่ที่ประมาณ หนึ่งล้านบาท แต่ทหารคนดังกล่าวซื้อมาในราคา หนึ่งล้านห้าแสนบาทและคนร้ายจะต้องได้เงินส่วนต่างของราคาบ้านมาเกือบห้าแสนบาท แต่ทางแม่ยายของผู้พันที่เป็นหัวหน้าของทหารคนที่ก่อเหตุไม่ยอมให้เงินนายทหารคนดังกล่าวโดยอ้างว่ามีการฝากเงินไปให้กับนายหน้าขายที่ดินไปแล้ว

และเมื่อนายทหารคนนั้นมีการไปทวงถามบ่อยบ่อยก็ถูกทางผู้พันที่เป็นหัวหน้าขู่ว่าจะขัง ซึ่งเมื่อนักข่าวได้ไปสอบถามเกี่ยวกับราคาการสร้างบ้านก็พบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีแม่ยายของผู้พันที่เป็นหัวหน้าของทหารจ้างให้สร้างในราคาแค่เพียงแสนเดียวเท่านั้นส่วนที่กินก็มีการประเมินราคาแล้วอยู่ที่ 3-4 แสนบาทเท่านั้น

ส่วนที่เหลือก็เป็นราคาของวัสดุที่นำมาสร้างบ้าน ซึ่งก็ไม่น่าจะเยอะมากนัก ซึ่งนายทหารคนที่ก่อเหตุต้องการเงินบางส่วนมาเพื่อเอาเงินไปช่วยแม่ให้นำไปใช้หนี้ที่ ธ.ก.ส. แต่ก็ถูกทางผู้พันและแม่ยายปฏิเสธและขู่จะขังห้องขังทหารตลอด นี่เองอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ทหารคนดังกล่าวเกิดความคลุ้มคลั่งและที่สำคัญ นายหน้าคนที่บอกว่ารับเงินไปแล้วนั้น

ก็เอาเงินของทหารคนดังกล่าวไปใช้เที่ยวเล่นหมดแล้ว เมื่อทหารเห็นว่ามีแต่คนรุมรังแกและตนเองไม่มีทางสู้จึงเกิดความต้องการที่จะฆ่าผู้คนเหล่านั้นขึ้นมาซึ่งเขาทำเกินกว่าเหตุมากเกินไปเพราะแทนที่เขาจะฆ่าเฉพาะคนที่เขาต้องการล้างแค้นเท่านั้น แต่เขากลับฆ่าคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยไปอีกหลายคน  แต่อย่างไรก็ดีเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าเหตุมาจากที่หัวหน้าที่มียศสูงกว่าใช้อำนาจหน้าที่รังแกทหารที่มียศน้อยกว่า ซึ่งทางหน่วยงานทหารควรจะต้องออกมารับผิดชอบในเรื่องนี้

ข่าวที่เป็นกระแสดังในตอนนี้

ชาวบ้านเมืองลิง ช่วยกันออกเงินนำมาเป็นรางวัลนำจับโจรปล้นที่โรบินสัน

            อยากที่เราได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับโจรที่ปล้นร้านทอง ที่ห้างโรบินสัน จังหวัดลพบุรีมาสักพักแล้วว่าตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายให้มารับโทษได้ ซึ่งอยากที่ทุกคนรู้กันดีว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนขวัญให้กับคนทั้งประเทศไม่ใช่เฉพาะคนในเขตพื้นที่จังหวัดลพบุรีเท่านั้น ยิ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้บาดเจ็บและมีคนเสียชีวิตหลายคนและยังเป็นการกระทำที่อุจอาจเพราะก่อเหตุในช่วงที่ยังมีคนเดินจับจ่ายซื้อของกันเป็นจำนวนมาก

ทำให้หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้จับตัวคนร้ายรายนี้มาลงโทษให้ได้ และถึงแม้ว่าทางรัฐบาลจะส่งหน่ายรบพิเศษ รวมถึงหน่วยคอมมันโด ออกมาเพื่อช่วยกันตามล่าโจรปล้นร้านทองร้ายนี้ก็แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถตามจับคนร้ายได้เลย ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องการความร่วมมือจากประชาชนทุกคนที่รู้เบาะแสให้มีการโทรมาแจ้ง

เพื่อที่จะได้ตามจับคนร้ายได้เร็วยิ่งขึ้น

ซึ่งตอนนี้ประชาชนทั้งประเทศต่างก็จับจ้องการทำงานของตำรวจในครั้งนี้เป็นอย่างมากว่าจะสามารถจับคนร้ายและนำตัวมาลงโทษได้เมื่อไร และพร้อมกันนี้มีหลายหน่วยงานที่ตั้งรางวัลขึ้นมาเพื่อจำจับคนร้ายหากใครที่สามารถให้เบาะแสจนสามารถตามจับตัวคนร้ายได้ก็จะได้เงินรางวัลนั้นไปซึ่งขณะนี้มีการตั้งรางวัลนำจับไว้มากกว่าสี่แสนบาทแล้ว

โดยมีหลายฝ่ายที่ร่วมกันช่วยเหลือออกค่าใช้จ่ายในการเป็นค่ารางวัลนำจับในครั้งนี้ซึ่งได้แก่  ตำรวจกองปราบ ซึ่งมีการมอบเงินรางวัลถึงหนึ่งแสนบาท และจากบริษัทออโรร่า ดีไซน์จำกัดที่เป็นบริษัทแม่ของร้านทองที่ถูกโจรปล้นทองไปในห้างโรบินสัน ก็ให้รางวัลนำจับอีกหนึ่งแสนบาทเช่นกัน ยังมีผู้ใช้เพจเฟสบุ๊กจากโรงคัดทานตะวัน ถั่วเขียว ข้าวโพดที่เห็นข่าวนี้แล้วทนไม่ได้จึงได้ร่วมลงขันช่วยเหลือออกเงินรางวัลนำจับให้อีก ห้าหมื่นบาท พร้อมกันนี้ก็ยังมีเพจจากชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

ซึ่งนำเงินมาร่วมด้วยอีก สามหมื่นบาท และยังมีแพนเพจจากโหลกแดงและจากจ่าพิชิต ส่งเงินเข้ามาช่วยลงขันนำมาเป็นรางวัลนำจับอีกคนละ หนึ่งหมื่นบาทอีกด้วย ซึ่งตอนนี้ถ้านำเงินมารวมกับของประชาชนชาวลพบุรีที่ทนดูเหตุการณ์นี้ไม่ได้ต่างก็ร่วมลงขันเพิ่มเงินเข้ามาอีกซึ่งรวมแล้วเป็นเงินสี่แสนกว่าบาทแล้ว และหากใครที่รู้เบาะแส ก็สามารถแจ้งเบาะแสคนร้ายให้ตำรวจได้ด้วยการโทรแจ้งไปที่ 191 หรือจะโทรไปที่ 1599 ก็ได้สามารถแจ้งได้ตลอด 24 ชม.

กลับมาอีกแล้วสำหรับฝุ่นพีเอ็ม 2.5

กลับมาอีกแล้วสำหรับฝุ่นพีเอ็ม 2.5 

สภาวะปัญหาของเรื่องฝุ่นพิษพีเอ็ม 2.5 ที่พบมากในเขตกรุงเทพและปริมณฑลจากเดิมที่เราปริมาณลงไปเรียบร้อยแล้วตอนนี้กลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกแล้วซึ่งผลจากการวิเคราะห์กันคาดการณ์กันว่าน่าจะเปิดเป็นผลมาจากเรื่องของปัญหาการจราจรโดยทางกรมควบคุมมลพิษได้มีการออกมาแล้วถึงสถานการณ์ตอนนี้เกี่ยวกับฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลว่าทั้งเมื่อวานนี้และวันนี้ พบปริมาณฝนพิธีเอ็ม 2.5 เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากจากปกติรถได้รถลงไปแล้วซึ่งมีหลายโซนมากที่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีแดงซึ่งหลายฝ่ายก็ออกมาช่วยกันวิเคราะห์ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร

แล้วก็มองตรงกันว่าน่าจะเกิดจากปัญหาสภาพของการจราจรที่ติดขัดส่งผลให้มีควันจากท่อไอเสียออกมาจากรถยนต์เป็นจำนวนมากและส่งผลให้เกิดเป็นค่าพีเอ็ม 2.5 ขึ้นมาเนื่องจากว่ามีการรายงานจากการจราจรเข้ามาว่ามีหลายเขตพื้นที่ของกรุงเทพและปริมณฑลที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของรถติดทั้งช่วงเช้าและช่วงค่ำมีบางจุดที่รถยนต์มีปริมาณหนาแน่นมากตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงช่วงค่ำเลยทีเดียวซึ่งทำให้มีฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นในอากาศเป็นจำนวนมากแล้วก็มีการสะสมเนื่องจากไม่มีลมที่จะพัดอากาศพิษนี้ไปทักทางอื่นจึงให้เมื่อวานนี้แล้ววันนี้เกิดเป็นคาบฝุ่นพิษพีเอ็ม 2.5 เพิ่มขึ้นไปอีกเท่าตัว 

  เราจะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของพีเอ็ม 2.5

มีมานานแล้วแต่ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ซึ่งก่อนหน้านี้ตอนที่ค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ลดลงนั่นก็เพราะว่ารัฐบาลมีการประกาศให้โรงเรียนหยุดเรียนหลังจากนั้นค่าฝุ่นก็หยุดลงรวมถึงเกิดมีลมพัดแรงที่สามารถพัดพาเอาฝุ่นละอองปลิวไปในอากาศได้แต่พอกลับมาให้นักเรียนมาเปิดเรียนตามปกติถ้าฝนตอนนี้ก็กลับมาเหมือนเดิมดังนั้นการที่รัฐบาลออกมาบอกให้โรงเรียนหยุดเรียนเป็นบางครั้งจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้องนักควรจะมีการใส่ใจละเอียดเจาะลึกลงไปให้มากกว่านี้และควรมีมาตรการที่ดีกว่านี้ในการแก้ไขปัญหาคุณภาพของฝุ่นพิษในอากาศก่อนที่คนไทยทุกคนทั้งประเทศจะเป็นโรคปอดกันทั้งเมืองเราคงต้องมาดูกันต่อไปว่านายกรัฐมนตรีของประเทศไทยจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาถ้าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 นี้ได้อย่างไรบ้าง

เพราะปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆอีกต่อไปแล้วเนื่องจากปัจจุบันมีคนไทยหลายคนที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของระบบทางเดินหายใจหันไปทางไหนก็มีแต่ฝุ่นละอองเต็มไปหมด  ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบันหน้ากากอนามัยเป็นสิ่งที่หาซื้อได้ยากมากอย่างยิ่งรวมถึงเจลล้างมือเพื่อทำความสะอาดด้วยดังนั้นรัฐบาลควรจะแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน

ข่าวที่น่าสนใจ

ข่าวที่น่าสนใจวันนี้เสนอเกี่ยวกับเรื่องควันไฟไหม้ป่าออสเตรเลียลอยขึ้นสู่สตราโทสเฟีย

คงจะไม่มีใครไม่ทราบถึงข่าวที่กำลังโด่งดังไปทั่วโลกอย่าง ข่าวไฟไหม้ป่าที่ออสเตรเลียอย่างแน่นอน เป็นเหตุให้เกิดปัญหาต่างๆตามทั้งความสูญเสียของผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้น สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในป่าแห่งนั้น และอาคารบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ และเมื่อไม่กี่วันมานี้ทาง NASA หรือ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่ง สหรัฐอเมริกา ได้ออกมาแจ้งว่า กลุ่มควันจากเหตุการณ์ไฟป่าในประเทศออสเตรเลียที่ได้ทำการสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศมาเป็นระยะเวลายาวนานถึง 3 เดือน กลุ่มควันเหล่านี้ได้ลอยขึ้นสู่บรรยากาศชั้นสตราโทสเฟียไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ควันจากไฟป่านี้จะเคลื่อนตัวและแพร่กระจายไปทั่วโลกและจะถูกหมุนวนกลับมายังสถานที่ที่มันถูกสร้างขึ้นมาอย่างประเทศออสเตรเลียนั้นเอง ตามรายงานของสำนักข่าว Newsweek เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2020 หากนับตั้งแต่เดือนกันยายนของปี 2019 เหตุการณ์พื้นที่ไฟป่าหลายล้านไร่ในประเทศออสเตรเลียนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 28 คน ทำลายบ้านเรือนไปแล้วมากกว่า 2,000 หลัง และทำลายสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในป่าไปมากกว่า 1 พันล้านตัว ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้ออกมากล่าวว่า สภาพที่ร้อนและแห้งจะนำไปสู่การก่อตัวของเหตุการณ์ไพโรคิวมูโลนิมบัสจำนวนมาก

ถือว่าเป็นพายุฝนฟ้าคะนองที่มีสาเหตุมาจากการการเดไฟไหม้

โดยที่ผ่านมานั้น ไมเคิล ฟรอมม์ เป็นนักอุตุนิยมวิทยา รวมถึงการเป็นเพื่อนร่วมงานจาก ห้องปฏิบัติการวิจัยทางทะเลของสหรัฐอเมริกา ก็ได้ทำการตรวจพบพายุที่มีสาเหตุมาจากไฟป่าได้มากกว่า 20 ครั้งแล้วในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม 2019 และในสัปดาห์แรงของปี 2020 กลุ่มเมฆไพโรคิวมูโลนิมบัสนั้นจะยิ่งเป็นตัวช่วยให้ควันแพร่กกระจายไปทั่วทั้งโลก

โดยเริ่มต้นที่ระดับความสูงที่ 10 กิโลเมตร (ซึ่งเป็นความสูงที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร) และทั่งนี้นั้นยังมีกลุ่มควันบางส่วนได้ถูกเมฆไพโรคิวมูโลนิมบัสผลักเข้าสู่ชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์เหนือออสเตรเลียในระดับความสูงที่ 14-20 กิโลเมตร ซึ่งถ้าหากกลุ่มควันนี้อยู่ในบรรยากาศชั้นสตราโทสเฟียแล้ว มันจะเกาะกลุ่มอยู่บนนั้นจนเป็นระยะเวลาที่ยาวนานกินเวลาไปอีกหลายเดือน และมันจะทำการเดินทางไปไกลนับเป็นหมื่นๆกิโลเมตรนับตั้งแต่จากแหล่งกำเนิดกลุ่มควันเหล่านี้

ซึ่งจะทำให้ส่งกระทบอย่างแน่นอนต่อสภาพบรรยากาศของทั่วโลก เช่น ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างจากชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศออสเตรเลียมากถึง 4,000 กิโลเมตร แต่ก็เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากควันไฟในเหตุการณ์ครั้งนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือ หิมะบนยอดเขาที่เปลี่ยนเป็นสีดำ เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยเรานั้นยังต้องตรวจสอบถึงปัญหานี้อีกครั้ง เพราะในตอนนี้แล้วในประเทศไทยอีกก็มีปัญหาของเรื่องฝุ่นPM2.5ที่เป็นพิษต่อคนประเทศอยู่เช่นเดียว ฉะนั้นแล้วเราก็ต้องเตรียมรับมือจากเหตุการณ์นี้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่จะหายไปในอนาคต

วัฒนธรรม ภาษา การศึกษา ในยุคปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีอย่าง สมาร์ทโฟน

เข้ามาทำให้คนรุ่นใหม่หรือคนยุคสมัยใหม่นั้น สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่จำเป็นต้องมีการนำเรื่องราวหรือข่าวนั้นมาบอกต่อโดยการสอน นั้นจึงไม่จำเป็นในอาชีพของครูอีกแล้ว ในส่วนของภาษา อย่างที่ทราบกันดีว่าภาษาสากลที่ถูกยอมรับและใช้สื่อสารกันเปรียบเทียบเสมือนภาษาของโลกคือ ภาษาอังกฤษ

ในโรงเรียนของทุกๆประเทศจะมีหลักสูตรในการสอนวิชาภาษาอังกฤษเข้าไปอย่างแน่นอน จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องการทราบว่าบนโลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ประเทศเรา ภาษาเรา เพราะอย่างนั้นหลายคนจึงอยากจะเรียนและศึกษาภาษาอื่นๆเพิ่มเติมรวมไปถึงเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างจากของประเทศตัวเอง

การศึกษา

นั้นเป็นเพราะว่า เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าจะเข้ามาทำการลบล้างระบบการศึกษาแบบเดิมๆที่ถูกสร้างเอาไว้ อย่างการที่นักเรียนจะต้องเข้าเรียนตามอายุและเลื่อนขั้นตามอายุไม่ว่าจะมีความรู้หรือพัฒนาการอย่างไร แต่ในอนาคตนั้นเทคโนโลยีจะเข้ามาเป็นตัวช่วยให้กับนักเรียนในการค้นพบความชอบความสามารถของตัวเองได้เร็วขึ้น ในส่วนนี้จะทำให้นักเรียนมุ่งเน้นไปเรียนทางด้านนั้นโดยตรง

โดยไม่ต้องทำเหมือนกันกับนักเรียนคนอื่นๆที่แยกกันออกไปศึกษาตามความถนัดความสามารถของตัวเอง ซึ่งบริษัทในอนาคตจะรองรับกลุ่มคนเหล่านี้เมื่อศึกษาจบพร้อมที่จะนำความรู้ที่ได้ศึกษามาพัฒนาองค์กรต่อไป

งาน

คงหนีไม่พ้นเรื่องเทคโนโลยีอีกตามเคย เพียงแค่ตอนนี้ในปี2020 ผู้คนก็เริ่มตกงานจากการถอดถอดปลดพนักงานออกจากองค์กรเพิ่มมากขึ้น สาเหตุก็คือเทคโนโลยีในปัจจุบันได้ทำการสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ หุ่นยนต์ ที่ถูกควบคุมและติดตั้งการทำงานด้วยชุดระบบคำสั่ง Ai หลายๆองค์กรนำสิ่งประดิษฐ์เข้ามาช่วยทำงานเพื่อลดงบประมาณ และลดเวลา

ที่ทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าคนทำงาน เพราะฉะนั้นคนอย่างเราๆจะต้องทำการศึกษาหาช่องทางการทำงานที่หุ่นยนต์นั้นไม่สามารถเข้าแทนที่ได้ หรือถ้าหากต้องทำงานทางด้านเทคโนโลยี คุณจะต้องคอยที่ติดตามเทคโนโลยีอยู่เสมอ เพราะเทคโนโลยีนั้นเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เพื่อที่จะทำให้คุณมีความคิดและความสามารถมากกว่าหุ่นยนต์

ร้านค้า

แน่นอนว่าทุกคนจะรักความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพราะเทคโนโลยีที่สามารถสร้างร้านค้าออนไลน์ขึ้นมาได้ ร้านค้าจึงแถบไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปเลยด้วยซ้ำในอนาคต รวมถึงการที่คุณอยากจะเปิดธุรกิจร้านค้าเป็นของตัวเองก็สามารถทำได้ง่ายโดยที่ไม่ต้องไปเช้าที่หรือซื้อที่ให้เป็นของตัวเอง เพียงแค่นั่งอยู่บ้านแล้วค้นหาวิธีการขาย ว่าอยากจะขายสินค้าอะไร ทำการโฆษณาลงอินเตอร์เน็ตเพียงเท่านี้เราทุกคนก็สามารถเป็นเจ้าของกิจการได้แล้ว

หมอ

อาชีพยังถือว่ายากมากที่เทคโนโลยีจะเข้ามาทำงานแทนที่ได้ แต่หากในอนาคตก็ไม่แน่ เพราะในตอนนี้ได้มีคิดค้นที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาในการช่วยรักษา ในการวินิจฉัยโรคเองได้โดยไม่ต้องพบเจอกับหมดเลยเสียด้วยซ้ำ เทคโนโลยีจะทำให้คุณรู้ได้ทันทีว่าคุณกำลังเป็นอะไร หรือเป็นโรคอะไรหรือไม่ รู้ทันทีและรีบทำการรักษาได้อย่างทันที แต่ก็หากมีข้อเสียอยู่ก็คือสิ่งประดิษฐ์จะทำการแค่วินิจฉัยโรคของคุณเท่านั้น หากแต่จะไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของคุณได้อย่างกับหมอจริงๆ

ข่าวนัทโอนไวที่มาแรงในตอนนี้

ข่าวนัทโอนไว

           คงยังจำกันได้ถึงผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อนัท ซึ่งครั้งแรกที่นัทเป็นข่าวเนื่องจาก นัทได้เข้าแจ้งว่าความถูกสาวสวยหลอกทักแชตมาทางเฟสบุ๊คแล้วขอยืมเงิน ซึ่งฝ่ายหญิงที่แชตมาขอยืมเงินในละรายที่นัทได้ทำการโอนให้ไปนั้นมีการพูดคุยกับนัทแค่ไม่กี่วัน แต่พอฝ่ายหญิงบอกว่าเดือนร้อนขอยืมเงินไปใช้ก่อน นายนัทก็ไม่เคยลังเลที่จะโอนเงินให้ฝ่ายหญิงเลยทั้งที่ไม่เคยเจอตัวจริงกันมาก่อน เห็นเพียงแค่รูปเท่านั้น

ซึ่งต่อมานักข่าวได้มีการตั้งฉายาให้นัท ว่านัทโอนไว เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มีผู้หญิงหน้าตาดีทั้งเฟสมาขอเป็นเพื่อนและคุยกันได้ไม่กี่วันหากฝ่ายหญิงเอ่ยปากบอกไม่มีเงิน นัทก็จะโอนเงินให้ทุกครั้งซึ่งบางครั้งโอนหลักหมื่น หรือบางรายโอนหลักแสนก็มี และในครั้งล่าสุดนัทก็เจอเหตุการณ์เหมือนเดิม แต่นัทโอนไวก็ยังโอนเงินไวสมชื่อ

ซึ่งเมื่อวานนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมหญิงสาวรายหนึ่งมาได้ โดยหญิงสาวดังกล่าวรับสารภาพว่า ได้หลอกแชตไปคุยกับนัทจริง เพราะต้องการอยากรู้ว่านัท จะโอนเงินให้ไว เหมือนฉายาที่มีในข่าวหรือไม่ ซึ่งจากที่ลองทำดูพบว่า นัทโอนเงินให้ไวจริง ซึ่งเงินดังกล่าวหญิงสาวได้นำไปซื้อของใช้หมดแล้ว 

จากข่าวที่เกิดขึ้นของนัทโอนไว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นัทถูกหญิงสาวหลอกให้โอนเงินให้

โดยหากหญิงสาวคนไหนส่งรูปหน้าตาสวยๆ นมโตๆไปคุยด้วย นัทก็พร้อมจะรับเป็นเพื่อนและคุยด้วยเสมอโดยไม่ได้สนใจเลยว่าเคยโดนหลอกแบบนี้มาแล้วกี่ครั้ง ซึ่งหากจะดูจากพฤติกรรมของนัทนั้น นัทดูและเป็นคนที่เชื่อและไว้ใจคนอื่นมากเกินไปทำให้ถูกหลอกได้ง่าย ดังนั้นสิ่งที่ควรทำเพื่อไม่ให้นัทถูกหลอกได้อีก พ่อกับแม่ของนัทต้องคอยควบคุมการเงินของนัทอย่าให้มีเงินติดตัวมากเกินไป

รวมถึงหากมือถือของนัทมี Application ของธนาคารอยู่ก็ควรลบออกทันที เพราะหากมี app นัทก็จะมีการโอนเงินให้คนอื่นได้ง่ายและเร็วขึ้น แต่ถ้าหากไม่มี app ระหว่างที่จะไปโอนที่ธนาคาร นัทอาจจะคิดได้ระหว่างทางก็ได้ว่าไม่ควรโอนเงินให้คนแปลกหน้า

          สำหรับข่าวที่เกิดขึ้นนี้หวังว่าจะเป็นกรณีศึกษาของใครหลายๆคนว่าอย่าไว้ใจรูปถ่ายจากโซเชียวมากนัก เพราะส่วนใหญ่เมื่อเจ้าหน้าที่ตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาได้แล้วรูปใน Profile กับตัวจริงมักจะไม่ค่อยตรงปก และควรมีการคิดให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะโอนเงินไปช่วยเหลือใครจะได้ไม่ถูกมิจฉาชีพหลอกเอาได้