นายแพทย์บอกหากนั่งรถทัวร์หรือรถตู้ถึงแล้ว จะนั่งห่างกัน 2 เมตรก็ใช่ว่าจะปลอดภัย

    ในช่วงนี้ที่ทางกรุงเทพฯและปริมณฑลมีการประกาศปิดทำการไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า   สถานบันเทิง  หรือแม้แต่ร้านอาหารสถานที่ต่างๆที่คิดว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะมีคนมารวมกันหนาแน่นจะถูกสั่งปิดทั้งหมดและส่งผลให้พนักงานคนที่ทำงานต้องหยุดทำงานยาวหลายอาทิตย์ดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่เป็นคนต่างจังหวัดจึงพากันเดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเอง

เนื่องจากว่าต้องการลดค่าใช้จ่ายเพราะหากอยู่กรุงเทพฯก็จะไม่มีเงินในการครองชีพซึ่งการเดินทางของคนส่วนใหญ่ก็จะใช้รถตู้และรถโดยสารประจำทางรวมถึงรถไฟโดยเมื่อวานนี้มีคนขึ้นรถไฟอย่างหนาแน่นซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเสี่ยงอย่างมากที่จะมีการแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่ากันและในวันนี้จำนวนผู้คนที่เดินทางออกต่างจังหวัดเริ่มเบาบางลงและเมื่อมีการตรวจสอบเข้าไปในรถตู้หรือไม่ก็รถโดยสารทางแพทย์ที่เชี่ยวชาญ

เรื่องของไวรัสโคโรนาก็ออกมาบอกว่าถึงแม้จะมีการดูแลฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคกันเป็นอย่างดีแต่ก็จะมีผลทำให้มีการแพร่เชื้อกันได้หากว่าในรถโดยสารหรือรถตู้นั้นมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าอาศัยอยู่ด้วยเนื่องจากว่าทั้งรถตู้และรถโดยสารต่างก็เป็นรถที่มีขนาดเล็กและมีการปิดไม่ให้มีอากาศถ่ายเทมีการเปิดแอร์อยู่ตลอดเวลาดังนั้นเชื้อโรคจึงจะวนอยู่ภายในรถตู้หรือรถ

โดยสารนั้นซึ่งถ้าเกิดว่ามีผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสโคโรน่านั่งอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากเชื้อโรคก็จะสามารถอยู่ได้นานขึ้นโดยเชื้อโรคสามารถอยู่ในอากาศในสภาพพื้นที่ในรถตู้หรือว่ารถโดยสารประจำทางได้ประมาณ 3 ถึง 9 ชั่วโมงเลยด้วยกันดังนั้นจึงเป็นความเสี่ยงอย่างมากที่ประชาชนเดินทางอาศัยโดยรถตู้และรถโดยสาร

เพราะว่าเราไม่สามารถทราบได้เลยว่าคนที่อยู่ในรถคันเดียวกับเรามีใครมีเชื้อโคโรน่าอยู่ด้วยบ้างและถึงแม้ประชาชนจะดูแลป้องกันตัวเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัยก็ไม่สามารถที่จะป้องกันตนเองไม่เต็ม 100% อย่างมากเต็มที่ก็เพียงแค่ 80 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นซึ่งตรงนี้ต้องรอดูกันต่อไปว่าเมื่อประชาชนเดินทางออกไปที่ต่างจังหวัดแล้วจำนวนผู้ติดเชื้อต่างจังหวัดจะมีเพิ่มมากขึ้นหรือไม่

    ทั้งนี้ทางรัฐบาลเองขอความร่วมมือประชาชนทุกคนเมื่อเดินทางไปถึงต่างจังหวัดแล้วให้ทำการปรับตัวเองอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหนและถ้าหากใครฝ่าฝืนจะมีโทษความผิดทางกฎหมายซึ่งจะมีการจับกุมตัวมาทำการคุมขังได้และหากใครก็ตามที่ค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองติดเชื้อไวรัสโคโรน่าให้มาแจ้งที่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อทำการรักษาต่อไป 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   เว็บคาสิโนออนไลน์อันดับ1

ปาดคอฆ่าตัวตายเพราะพิษไวรัสโควิด-19

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เกิดเหตุการณ์น่าสนใจเกิดขึ้นเนื่องจากมีชาวบ้านพบศพชายคนหนึ่งซึ่งมีอาชีพเป็นช่างเชื่อมเลยต่อมาทราบชื่อว่านายศักดินา  ปานสุวรรณ  สภาพศพนั้นพบว่ามีร่องรอยการถูกปาดคอเป็นแผลลึกโดยนอนเสียชีวิตอยู่ใต้ถุนบ้านและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบอาวุธในการสังหารในครั้งนี้ได้ก็คือมีดทำครัวซึ่งเลขดังกล่าวอยู่ข้างศพลักษณะของศพนั้นนอนอยู่ในเปลสำหรับข้อมูลของนายศักดินานั้น

ชาวบ้านบอกว่านายศักดินาอยู่คนเดียวไม่มีลูกไม่มีเมียและมีญาติพี่น้องอยู่ที่ต่างจังหวัดช่วงหลังเนื่องจากสภาวะพิษของไวรัสโควิด-19  ทำให้นายศักดินาไม่ค่อยมีรายได้เข้ามาคนใกล้ชิดกับนายศักดินามักจะได้ยินว่านายศักดินาจะบ่นเกี่ยวกับเรื่องของลูกค้าไม่มีและเครียดคืนนี้อาจจะเป็นสาเหตุทำให้นายศักดินาฆ่าตัวตายก็เป็นไปได้แล้วเมื่อน้องสาวของนายศักดินาทราบข่าวเกี่ยวกับการตายของพี่ชายก็ได้เดินทางมายังบ้านของพี่ชายที่เป็นสถานที่เกิดเหตุ

ซึ่งเธอได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตัวเธอเองนั้นอยู่ที่จังหวัดระยองแต่จะมีการโทรมาพูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบกับพี่ชายทุกวันแต่วันดังกล่าวไม่ได้มีการโทรมาคุยกันจนรุ่งเช้าจึงทราบข่าวว่าพี่ชายฆ่าตัวเองตายซึ่งน้องสาวของนายศักดินาและครอบครัวของนายศักดินาไม่เชื่อว่าจะเป็นฝีมือของนายศักดินาในการฆ่าตัวเองตาย

เพราะโดยปกติแล้วในสตินาไม่เคยพูดถึงเรื่องความเครียดเกี่ยวกับการไม่มีเงินใช้มาก่อนเนื่องจากว่าทุกครั้งหากไม่มีเงินแม่ของนายสันทนาก็จะมีการโอนเงินมาช่วยเหลือให้เป็นค่าใช้จ่ายรวมถึงในศักดินาเองก็ไม่เคยพูดเกี่ยวกับเรื่องของการเครียดเรื่องเงินเรื่องทองให้กับน้องสาวหรือคนในครอบครัวฟังเลยที่สำคัญน้องสาวของนายชนิดาเชื่อว่าคนที่จะสามารถนำมีดมาปาดคอตนเองได้นั้น

จะต้องมีความกล้าเป็นอย่างมากซึ่งเธอมองว่าพี่ชายของเธอไม่น่าจะกล้าพอที่จะปาดคอตัวเองได้แต่เธอรู้ไหมว่าพี่ชายของเธอมักจะชอบดื่มสุราอยู่เป็นประจำทุกวันซึ่งเธอมองว่าสาเหตุอาจจะมาจากพี่ชายของเธอเป็นคนขี้เมาแล้วอาจจะทำไปสร้างความรำคาญให้กับคนในหมู่บ้านคนใดคนหนึ่งมากกว่าเธอมั่นใจว่าพี่ชายของเธอน่าจะมีการถูกฆาตกรรมมากกว่าการฆ่าตัวตาย

แต่เธอก็ไม่รู้ว่าใครกันที่มาทำร้ายพี่ชายเธอถึงในบ้านเพราะตัวพี่ชายเธอเองก็ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครมาก่อนแต่เธอเชื่อว่ายังไงแล้วพี่ชายเธอไม่ฆ่าตัวตายแน่นอนดังนั้นเธอจะส่งศพให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปพิสูจน์ศพเพื่อหาสาเหตุการตายถ้าเกิดผลยืนยันออกมาแล้วว่าพี่ชายของเธอปาดคอตัวเองจริงเธอก็จะยอมรับ

แต่เธอจะต้องตรวจสอบก่อนเพื่อที่พี่ชายของเธอจะได้ไม่ตายฟรีและเธอยังฝากนักข่าวฝากไปบอกทุกคนว่าหากใครที่เป็นคนทำร้ายพี่ชายเธอให้มามอบตัวซะเพราะเวรกรรมมีจริงถ้าพี่ชายเธอไม่ได้ฆ่าตัวตายยังไงเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องตามจับคนร้ายได้อยู่แล้ว 

 

สนับสนุนโดย  ufabet สมัครยังไง

เด็กวัดเครียดหนัก รถถูกยึด ไม่มีงานทำตัดสินใจผูกคอฆ่าตัวตาย

มีเหตุการณ์เศร้าสะเทือนใจเกิดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานีโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานีชื่อว่าวัดศรีรัตนศาสดารามโดยเรื่องเศร้านี้เกิดขึ้นเมื่อเด็กวัดคนหนึ่งคริสตัลผูกคอจนเองเสียชีวิตหน้าห้องน้ำบริเวณภายในวัดซึ่งเจ้าอาวาสวัดได้ให้ข้อมูลว่าชายคนที่ผูกคอตายเคยบวชเรียนอยู่ที่วัดแห่งนี้หลังจากบวชแล้วก็สึกออกมาและได้มาเป็นลูกศิษย์อยู่ที่วัดแห่งนี้

โดยอาศัยเป็นระยะเวลาถึง 9 ปีแล้วซึ่งใช้คนดังกล่าวจะมีหน้าที่คอยขับรถรับส่งพระภายในวัดเวลามีกิจนิมนต์ต่างๆโดยสาเหตุที่มีการคิดสั้นนั้นทางเจ้าอาวาสบอกว่าน่าจะเกิดมาจากความเครียดสะสมที่ลูกศิษย์คนนี้ถูกยึดรถเก๋งซึ่งไปออกรถมือสอง มาแล้วลูกศิษย์วัดคนนี้ก็รักรถเก๋งคันนี้เป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากว่าลูกศิษย์วัดคนนี้ตกงานมาหลายเดือนแล้วยังไม่มีเงินที่จะส่งงวดรถทำให้เมื่อเดือนที่แล้วทางเต็นท์รถได้มีการมายึดรถคืนไป

ทำให้ลูกศิษย์มีอาการเครียดอยู่ตลอดเวลาหรือเจ้าอาวาสบอกว่าผู้เสียชีวิตชื่อว่านายชยพล  เคยมีประวัติคิดฆ่าตัวตายมาแล้วถึง 2 ครั้งด้วยกันโดยครั้งแรกจะฆ่าตัวตายในห้องของตนเองแต่เจ้าอาวาสมาเห็นเสียก่อนจึงได้ทำการเทศนาให้นายชยพลรู้สึกตัวซึ่งตอนนั้นนายชยพลก็สามารถกลับมามีชีวิตได้ตามปกติส่วนครั้งที่ 2 ก็พบว่ามีการผูกคอตรงบริเวณหน้าห้องน้ำแต่บังเอิญว่าเชือกที่ผูกขาดไปก่อน

จึงทำให้ไม่ตายซึ่งเจ้าอาวาสเองก็ไม่ทราบว่าสาเหตุที่นายชยพลผูกคอตายใน 2 ครั้งแรกนั้นเกิดจากสาเหตุอะไรเพราะไม่เคยถามส่วนครั้งสุดท้ายนี้ท่านเจ้าอาวาสเองเพิ่งจะมาเห็นว่านายชยพลมีการผูกคอและเสียชีวิตแล้วโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการชันสูตรศพพบว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมงและตามร่างกายไม่มีร่องรอยการต่อสู้ใดๆทั้งสิ้น

โดยทางเจ้าอาวาสได้เล่าให้ฟังว่าในพื้นที่นายชยพลผูกคอเสียชีวิตนั้นช่วงเวลาประมาณ 22:00 นเป็นช่วงที่มีการเคลือบฟิล์มแล้วซึ่งในช่วงนี้จะไม่มีใครเดินอยู่แล้วช่วงเวลาดังกล่าวมีหมาวัดประมาณ 20 ตัวที่อาศัยอยู่ในวัดต่างก็พากันเห่าหอนตลอดทั้งคืนโดยทางเจ้าอาวาสเองคาดว่าน่าจะเป็นดวงวิญญาณของนายชยพลเพราะในช่วงเวลาเคอร์ฟิวเช่นนั้น

ไม่น่าจะมีคนที่ไหนมาเดินแต่ทางเจ้าอาวาสเองก็ไม่ได้ออกมาดูเพราะว่ากลัวจะไม่ใช่คนเช่นเดียวกัน สำหรับศพของนายชยพลนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการส่งชันสูตรศพอีกครั้งหนึ่งหลังจากนั้นก็จะมีการประสานงานให้ญาติของนายชยพลมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

 

ขอบคุณ  gclub ทดลองเล่น  ที่ให้การสนับสนุน

Supermarket ในเดนมาร์กไอเดียเก๋

Supermarket ในเดนมาร์กไอเดียเก๋คิดราคาพิเศษหากใครซื้อเจลล้างมือในปริมาณมาก

          ในช่วงสภาวะที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าประชาชนส่วนใหญ่มักซื้อของใช้ กักตุนไว้ยามจำเป็นเอาไว้ที่บ้านเป็นจำนวนมากและหนึ่งในของใช้ที่ประชาชนส่วนใหญ่มักจะมีการกักตุนกันก็คือเจลล้างมือและหน้ากากอนามัยรวมถึงสินค้าที่เป็นพวกข้าวสารอาหารแห้ง  ที่ประเทศเดนมาร์กได้มีการแชร์เรื่องราวของซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งที่มีการติดป้ายขายของให้กับลูกค้าและสร้างความประทับใจให้กับคนที่มาซื้อของเป็นจำนวนมาก เพราะที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้ได้มีการติดป้ายขายสินค้าโดยเฉพาะเจลล้างมือซึ่งเป็นสินค้าที่คนมักนิยมซื้อเพื่อกักตุนไว้ใช้งานกันเป็นจำนวนมาก

ซึ่งบางคนเรารู้ดีว่าเขาซื้อไปเพื่อนำไปขายต่อในปริมาณที่แพงขึ้น  ดังนั้นห้างซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้จึงได้มีการออกกฎสำหรับคนที่จะมาซื้อของสินค้าในร้านโดยเฉพาะเจลล้างมือว่าหากมีการซื้อ 1 ขวดจะขายให้ในราคาอยู่ที่ 188  บาทแต่ถ้าเกิดซื้อ 2 ขวด แต่ขายในราคาขวดละ 4700 บาทซึ่งวิธีการนี้ทำให้สินค้าของเขาที่เป็นเจลล้างมือลูกค้าจะเข้ามาซื้อเพียงคนละแค่ 1 ขวดเท่านั้น

และเป็นการสร้างโอกาสให้คนอื่นที่จำเป็นต้องใช้เจลล้างมือได้สามารถซื้อเจลล้างมือไปใช้งานได้โดยสินค้าไม่หมดและไม่มีใครสามารถสต๊อกสินค้าเอาไว้ไปขายต่อได้อีกด้วยเพราะด้วยในราคาหากซื้อในปริมาณเยอะจะต้องจ่ายแพงเป็นอย่างมากจึงไม่มีใครที่จะซื้อสินค้านี้ไปทำงานสต๊อกแล้วเอาไปขายต่ออย่างเด็ดขาด  

หลังจากที่มีคนถ่ายรูปป้ายขายสินค้าเจลล้างมือเอาไปแล้วแชร์สู่โลกออนไลน์ผู้คนที่ได้อ่านเรื่องราวนี้ต่างก็ชื่นชมกับความคิดที่ดีของร้านค้าแห่งนี้กันเป็นอย่างมากก็ต่างก็มองว่าเป็นการแก้ไขปัญหาของการกักตุนสินค้าที่เป็นสินค้าขาดแคลนได้อย่างดีมากเพราะทุกคนจะได้สามารถซื้อสินค้าได้อย่างทั่วถึงกัน

         สำหรับประเทศไทยเองหากมีใครที่นำความคิดนี้มาใช้งานในการจำหน่ายหน้ากากอนามัยรวมถึงเจลล้างมือก็คงจะดีไม่น้อยประชาชนก็คงจะมีสินค้าใช้โดยไม่ขาดแคลนเพราะที่จริงแล้วประเทศไทยเป็นผู้ที่ผลิตหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือเพื่อนำไปจำหน่ายต่างประเทศแต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจำเป็นต้องใช้งานทั้งหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือประเทศที่สามารถผลิตเจลล้างมือและหน้ากากอนามัยได้กับอุปกรณ์เหล่านี้ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่มันก็เป็นไปแล้วตอนนี้สำหรับประเทศไทยเรา

 

สนับสนุนโดย   ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ชายหนุ่มติดหนี้การพนันคิดสั้นผูกคอตาย

ชายหนุ่มติดหนี้การพนันคิดสั้นผูกคอตายเขียนจดหมายเตือนเพื่อนหากเลิกได้ให้เลิก

         การพนันไม่เข้าใครออกใครตาดีได้ตาร้ายเสียซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่าการพนันนั้นมีความเสี่ยงแต่คนส่วนใหญ่ก็มักจะยอมเสี่ยง เพราะหากเสียงขึ้นมาแล้วเราได้การคุ้มค่ามีโอกาสน้อยมากที่เราจะเสียงแล้วเราจะได้จากการพนันเพราะส่วนใหญ่แล้วคนที่เล่นการพนันมักจะเสียมากกว่าได้ ดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่เขาเป็นบุคคลหนึ่งที่ชื่นชอบการเล่นการพนันและติดการพนันจนงอมแงมสร้างหนี้สร้างสินให้ตนเองนับแสนบาทจนทำให้ต้องมาพบจุดจบด้วยการฆ่าตัวตาย

          เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เดือนเมษายนปีพุทธศักราช 2563 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดเลยได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนผูกคอตายในสถานที่เกิดเหตุนั้นเป็นสนามการสินเชื่อแห่งหนึ่งแถวบริเวณหน้าวัดป่าสัมมานุสรณ์ซึ่งมีผู้ไปพบหลังจากชายคนดังกล่าวเสียชีวิตเรียบร้อยแล้วจึงไม่สามารถช่วยเหลือได้ทันสำหรับผู้ที่ก่อเหตุฆ่าตัวตายนี้ทราบว่าชื่อนายธีรวุฒิแต่เดิมเขาเป็นคนจังหวัดหนองบัวลำภู

แต่มาทำงานที่จังหวัดเลยโดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงโดยเขาผูกคอเสียชีวิตที่ห้องพักของตนเองพร้อมกับมีการเขียนจดหมายถึงเพื่อนๆเอาไว้เป็นลักษณะของการเขียนลาตายและเป็นการบอกเล่าเรื่องราวถึงสาเหตุที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในครั้งนี้

โดยข้อความในจดหมายมีการระบุว่าเขาติดหนี้พนันซึ่งเขามีหนี้ทั้งหนี้บัตรเครดิตและมีหนี้ที่เขานำเงินของบริษัทไปแอบเล่นการพนันซึ่งยอดรวมของหนี้สินทั้งหมดที่เขามีอยู่ขณะนี้คือ 5 แสนกว่าบาทและเขาไม่มีเงินที่จะสามารถมาใช้หนี้ให้กับเจ้าหนี้ต่างๆได้ในครั้งแรกที่เขาเล่นการพนันนั้นเขาคิดว่าเขาจะสามารถเล่นแล้วได้เงินรางวัลเพื่อนำมาใช้หนี้ที่มีอยู่แต่เหมือนจะยิ่งเล่นเขาก็ยิ่งเสียมากขึ้นไปเรื่อยๆจนในที่สุดเขาก็ไม่สามารถทนความกดดันจากการทวงหนี้จากเจ้าหนี้ได้จึงได้ตัดสินใจจบชีวิตตนเองด้วยการแขวนคอตายอีกทั้งเขายังช่วยเตือนเพื่อนๆของเขาเอง

ว่าหากใครที่มีการเล่นการพนันอยู่ถ้าสามารถเลือกเล่นได้ตอนนี้ขอให้เลิกเล่นเพราะให้ดูเขาเป็นตัวอย่างว่าไม่มีใครที่สามารถร่ำรวยมาได้จากการพนันซึ่งจากจดหมายฉบับนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าเขาน่าจะนำเงินของบริษัทไปหมุนเพื่อนำไปเล่นพนันและน่าจะหมดเงินไปกับการพนันทั้งหมดแล้วไม่สามารถหาเงินมาใช้หนี้บริษัทได้ทันซึ่งเขาน่าจะกลัวความผิดจึงได้มีการฆ่าตัวตายก่อนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานญาติของผู้เสียชีวิตให้มารับร่างไปเรียบร้อยแล้ว

 

ได้รับการสนับสนุนเรื่องราวโดย   www.ufabet.com ช่องทางเข้าเว็ปพนัน

ข่าวหญิงร้ายชายเลวแม้เมียกำลังท้องลูกอยู่ก็ยังนอกใจไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่น

      สำหรับข่าวสังคมที่ผู้ชายนอกใจภรรยาตนเองไปมีผู้หญิงคนอื่นเป็นปัญหาที่ใครๆก็ค่อนข้างพบเจอกันได้ง่ายซึ่งหลายครั้งฝ่ายทางเมียหลวงเองก็อาจจะยอมปล่อยให้สามีของตนเองไปแล้วยอมเสียใจอยู่คนเดียวแต่ก็มีอยู่หลายครั้งเหมือนกันที่ฝ่ายเมียหลวงเองก็เป็นฝ่ายไม่ยอมและเข้าไปตบตีทำร้ายเมียน้อยซึ่งถ้าหากครอบครัวไหนไม่มีลูกได้ไม่ใช่ปัญหาหลักไม่ว่าในที่สุดแล้วผลลัพธ์ออกมาจะเป็นยังไงความเสียใจคงมีไม่มาก

แต่ถ้าครอบครัวไหนที่มีลูกปัญหานี้กับเป็นปัญหาใหญ่ที่ควรจะต้องมีการคิดและพิจารณาให้มากที่สุดยังเรื่องล่าสุดของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีการโพสต์ออกมาเกี่ยวกับเรื่องของสามีของเธอที่นอกใจเธอด้วยการไปมีผู้หญิงอื่นซึ่งในขณะนั้นเธอกำลังตั้งครรภ์อยู่ที่ 6 เดือนอีกไม่นานลูกของเธอก็จะลืมตามาดูโลก

ซึ่งเธอทราบเรื่องราวได้เพราะผู้หญิงที่เป็นเมียน้อยได้มีการโพสต์มาบอกเรื่องเล่าให้ฟังระหว่างว่าจะให้เมียหลวงเลิกกับสามีแล้วให้ผู้ชายไปอยู่กับตนเองโดยที่ไม่แคร์เลยว่าเมียหลวงกำลังมีท้องอยู่หรือไม่โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เมื่อเธอรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นสามีของเธอก็ยอมรับว่ามีผู้หญิงอื่นจริงๆและสามีของเธออยู่ไม่ได้ถ้าไม่ได้อยู่กับผู้หญิงคนนั้นในที่สุดสามีของเธอก็เลือกที่จะเดินไปอยู่กับชู้แทนที่จะเลือกอยู่กับครอบครัวปล่อยให้เธอและลูกต้องผจญภัยอยู่ตามลำพังจนในที่สุดเธอก็เกิดความเครียด

และต้องคลอดก่อนกำหนดตั้งที่ลูกของเธอซึ่งอยู่ในท้องได้แค่ 6 เดือนเท่านั้นทำให้ลูกของเธอเป็นตายเท่ากันเพราะหมอบอกแล้วว่าโอกาสรอดนั้นมีแค่เพียง 50% เท่านั้นเองเนื่องจากระบบอวัยวะภายในของเด็กยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ปัญหานี้ยังไม่จบเมื่อฝ่ายชายถึงแม้จะรู้ว่าลูกคลอดออกมาแล้วแต่ก็ยังต้องการอยู่กับเมียน้อย

โดยบอกให้ภรรยาของตนเองเลี้ยงลูกไปและเมื่อลูกโตขึ้นถามหาพ่อให้บอกว่าพ่อตายไปแล้วซึ่งในที่สุดเธอก็ตัดสินใจได้ว่าเธอไม่ควรจมปลักอยู่กับผู้ชายแบบนี้เธอจึงได้ออกมาโพสต์เรื่องราวบอกเล่าชีวิตที่แสนเศร้าและลำบากของเธอพร้อมกับฝากไปถึงฝ่ายชายว่าต่อไปนี้เธอสามารถตัดใจจากฝ่ายชายได้แล้วชู้รักของสามีเธอไม่เห็นข้อความบน Facebook ก็โทรมาต่อว่าเธอหากว่าเธอจะนำเรื่องราวส่วนตัวของชู้ไปประจาน

ซึ่งเมื่อมีข่าวโด่งดังเป็นกระแสก็มีสำนักข่าวติดต่อไปยังฝ่ายชายโดยครั้งแรกฝ่ายชายยืนยันว่าไม่ได้มีชู้ตามที่ระยะให้ข่าวแต่ในที่สุดหลังจากคุยกันได้ไม่นานฝ่ายชายก็ออกมายอมรับว่าตัวเองนั้นมีชู้จริงๆแต่ตอนนี้ได้มีการเลิกกับชู้คนนั้นไปเรียบร้อยแล้วและถึงแม้จะมีภาพหลุดว่าฝ่ายชายกำลังนอนอยู่กับผู้หญิงคนอื่น

แต่ฝ่ายชายก็ยืนยันว่าผู้หญิงคนดังกล่าวไม่ใช่ชู้ที่พัทยาพูดถึง ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดครั้งแรกดังนั้นผู้หญิงเองควรจะมีการรักตัวเองให้มากหากจับได้ว่าฝ่ายชายมีชู้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหาหลักฐานให้ได้หากว่าเราจดทะเบียนสมรสเราสามารถฟ้องร้องทั้งฝ่ายชายและชู้ได้เพื่อที่จะนำเงินไปสร้างอนาคตให้กับตนเองและลูก

 

 

สนับสนุนโดย  เวปยูฟ่าเบท

สาวถูกแฟนหนุ่มแทงไส้ทะลัก

        ที่จังหวัดปทุมธานี ชาวโซเชียลได้มีการแชร์ข้อมูลเพื่อติดตามหาผู้ชายคนหนึ่ง หรือเรียกง่ายๆว่ากำลังตามล่าตัว นาย เก่ง วัชระ เนื่องจากว่านายเก่งวัชระได้มีการทำร้ายแฟนสาวของตนเอง ซึ่งฝ่ายหญิงที่โดนทำร้ายนั้นชื่อว่านางสาวพนิดาโดยเธอถูกนายเก่งวัชระใช้มีดปลายแหลมแทงเข้าไปที่ปอด ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นภายในห้องเช่าจังหวัดปทุมธานีโดยนางสาวพนิดาถูกแทงจนเสียชีวิตและนายเก่งวัชระก็ได้ขับรถเก๋งสีขาวหลบหนีทันที

หลังจากที่ฆ่าแฟนสาวของตนเองเสร็จซึ่งหลังจากทางโซเชียลได้มีการใช้เรื่องราวนี้ออกไปและมีการพากันล่าตัวหานายเก่งวัชระปัจจุบันตำรวจสามารถที่จะจับกุมตัวนายวัชระมาดำเนินคดีได้แล้ว สำหรับนางสาวพนิดานั้นถูกแฟนหนุ่มของตนเองปลาตายด้วยการใช้มีดแทงไปใต้ราวนมซ้ายซึ่งมีทะลุไปถึงปอดแล้วยังแข็งตรงท้องทะลุไปถึงใกล้ทำให้ผู้เสียชีวิตเสียเลือดเป็นอย่างมากซึ่งคนที่มาพบศพเห็นศพแล้ว

รู้สึกตื่นสยองกับสภาพของศพเป็นอย่างมากเนื่องจากศพของนางสาวพนิดานั้นมีอาการไส้ทะลักออกมา ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้นักข่าวได้ลงไปสัมภาษณ์คุณพ่อของน้องพนิดาที่เสียชีวิตโดยคุณพ่อของผู้เสียชีวิตบอกว่าตนเองมีลูกสาวอยู่แค่คนเดียวเท่านั้นซึ่งนางสาวพนิดาทำงานอยู่ที่จังหวัดปทุมธานีส่วนพ่อเองอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานีโดยปกติแล้วพ่อกับนางสาวพนิดาจะสนิทกันมาก แต่คนเป็นพ่อไม่รู้ว่าคนร้ายที่ลงมือฆ่านางสาวพนิดานั้นเป็นใครเพราะลูกสาวไม่เคยแนะนำให้รู้จักทางด้านผู้ก่อเหตุเองหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวมาได้แล้ว

ก็มีการสอบสวนซึ่งทางคนร้ายให้การว่าตนเองและนางสาวพนิดานั้นเป็นแฟนกันแต่ช่วงหลังๆเกิดการทะเลาะระหองระแหงกันนางสาวพนิดาต้องการที่จะเลิกซึ่งในวันเกิดเหตุตนเองพยายามง้อนางสาวพนิดาให้กลับมาคืนดีกันโดยมีการนัดนางสาวพนิดามาที่ห้องที่เกิดเหตุดังกล่าวซึ่งนางสาวพนิดาก็ใจอ่อนจึงเดินทางมาที่ห้องที่เกิดเหตุแต่เมื่อเข้าไปพูดคุยกันในห้องแล้วนางสาวพนิดายืนยันไม่ยอมที่จะกลับมาคบกันเหมือนเดิม

ทำให้ผู้ก่อเหตุอ้างว่าในตอนนั้นตนเองบอกกับนางสาวพนิดาว่าหากไม่ยอมคืนดีจะฆ่าตัวตายหลังจากนั้นตนเองก็ได้นำมีดออกมาจะแทงตนเองแต่นางสาวพนิดาเข้ามาห้ามไว้และเกิดการแย่งมีดกันขึ้นหลังจากนั้นก็ตัดไปโดยนางสาวพนิดาทำให้เสียชีวิตซึ่งทางผู้ก่อเหตุยืนยันว่าตนเอง

ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายนางสาวพนิดาถึงขนาดที่ต้องตายด้วยเหตุการณ์ในครั้งนี้มีเพื่อนของนางสาวพนิดาเดินทางมาด้วยแต่ในขณะที่เกิดเหตุคู่อยู่ในห้องด้วยกันเพื่อนของนางสาวพนิดาอยู่ที่นอกห้องไม่สามารถเข้าไปในห้องได้เนื่องจากว่าทั้งคู่มีการล็อคประตูห้องเอาไว้ได้ยินเสียงแต่ทะเลาะกันเท่านั้นหลังจากที่เสียงทะเลาะกันสงบลงก็เห็นว่าผู้ก่อเหตุวิ่งหนีออกไปเพื่อนจึงได้เข้ามาในห้องแล้วบอกว่านางสาวพนิดาถูกแทง

 

สนับสนุนโดย  จีคลับ เล่นออนไลน์

เจ้าหนี้เงินกู้โหดพาพวกบุกรื้อบ้านหวังจะขนไม้ไปขาย

          เมื่อวันที่ 23 เดือนเมษายนปีพศ 2563 นางสำรวยได้มีการติดต่อร้องเรียนนักข่าวว่าตนเองถูกหญิงชราคนหนึ่งที่ชื่อว่ายายตุ่นอายุ 60 ปีได้ใช้ให้ลูกน้องมาทำการรื้อบ้านของเธอแล้วนำไม้ที่เธอใช้ในการสร้างบ้านและสังกะสีเพื่อจะนำไม้และสังกะสีของบ้านเธอไปขายเนื่องจากว่านางสำรวยเป็นหนี้ยายตุ่นอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาทโดยนางสำรวยได้มีการบอกกับผู้สื่อข่าวว่าบ้านของเธอนั้นปลูกเป็นบ้านไม้ผสมบ้านปูนเมื่อตอนผชปี 2557 เธอและสามีได้ไปยืมเงินเป็นจำนวน 50,000 บาทกับอดีตกำนันคนหนึ่ง

โดยมีการจะแบ่งจ่ายเป็นหมื่นๆและทางอดีตกำนันจะมีการคิดดอกเบี้ยร้อยละ 7 บาทซึ่งนางสำรวยเองก็มีการส่งดอกเบี้ยให้กับอดีตกำนันอยู่พักหนึ่งแต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการส่งอีกเพราะว่าไม่มีเงินโดยนางสำรวยบอกว่าเธอได้ไปติดต่ออดีตกำนันที่ให้เธอยืมเงินโดยบอกกำนันว่าเธอจะขอพักชำระเงินเนื่องจากว่าเธอจะหาเงินก้อนแล้วมาจ่ายให้แทนซึ่งเธอบอกว่าหลังจากนั้นเธอได้เงินมาก็หนึ่งเธอก็เอาไปให้กับอดีตกำนันซึ่งเงินดังกล่าวเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 40,000 บาทดังนั้นเธอจึงยังคงเหลือยอดที่ต้องหาคืนกำนันอีก 10000 บาทเท่านั้นแต่ว่าเงิน 10,000 บาทนั้น

เธอยังไม่มีคืนให้ซึ่งก็ผ่านมานานมากแล้วเนื่องจากว่าเธอประสบปัญหาเรื่องของการขาดแคลนเงินยังไม่มีเงินไปจ่ายทำให้เมื่อวานนี้ยายตื่นจึงได้นำคนงานประมาณ 6 คนเดินทางมาที่บ้านของนางสำรวยในตอนที่ฉันเดินทางไปถึงที่บ้านนั้นนางสำรวยได้สามีออกไปธุระไม่ได้อยู่ที่บ้านพ่อกลับมาเห็นบ้านก็พบว่ายายตุ่นให้คนงานรื้อถอนบ้านตนเองออกมาแล้ว

เหลือแต่โครงบ้านไว้เมื่อถามว่าทำไมยายตุ่นถึงมารื้อถอนบ้านตนเองยายตุ่นก็บอกว่าเจ้าหนี้ของนางสำรวยนั่นก็คืออดีตกำนันได้มีการโอนเงินหนี้ของนางสำรวยทั้งหมดมาที่ยายตุ่นแล้วดังนั้นยายตุ่นจึงสามารถที่จะทำการรื้อถอนบ้านเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ได้แต่นางสำรวยก็แจ้งว่าตนเองยังไม่รู้เรื่องเรื่องของการโอนหนี้จึงไม่ยอมให้ทำการรื้อบ้านและถ้าหากเหตุผลยังไม่หยุดหรือถอนก็จะมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจัดการ

ซึ่งหลังจากนั้นและคนงานก็พากันกลับบ้านไปซึ่งหลังจากที่คุณกลับบ้านไปแล้วนางสำรวยก็ไปแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีกับตุ่นกับพวกส่วนทางด้านในตูดนั้นก็บอกว่าตนเองเป็นเจ้าหนี้ของยายตุ่นโดยอดุลย์เล่าว่าซื้อบ้านของนางสำรวยมาจากกำนันแล้วโดยกำนันคิดค่าบ้านมูลค่า 150000 บาท

ดังนั้นนี่ของนางสำรวยที่มีต่อกำนันก็หมดสิ้นไปแต่นางสำรวยจะต้องมาใช้หนี้กับยายตุ่นแทนซึ่งมันบอกว่าก่อนที่จะมีการ ให้คนงานไปรื้อถอนบ้านยายตุ่นก็ได้มีการแจ้งล่วงหน้าไว้แล้วแต่ทำไมพอรื้อถอนนางสำรวยถึงไปแจ้งความเอาผิด

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ100

ดีเอสไอ ทลายคลังสินค้าหนีภาษี

              เมื่อ วันที่ 2 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563  ทางเจ้าหน้าที่ DSI ได้มีการแถลงการปรับปรุงเกี่ยวกับแหล่งกักตุนสินค้าซึ่งเป็นสินค้าอยู่ในกลุ่มประเภทสินค้าควบคุมไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย  ชุด ppe  หรือแม้แต่เจลล้างมือซึ่งมูลค่าความเสียหายจากการตรวจสอบเบื้องต้นสูงถึงประมาณ 5 ล้านบาทเลยทีเดียว

โดยทางเจ้าหน้าที่ DSI ที่เข้าจับกุมได้เปิดเผยกับทางผู้สื่อข่าวว่ามีรายงานจากสายสืบเข้ามาว่าที่บ้านเลขที่ 133 หมู่ 2 เขตทวีวัฒนาจังหวัดกรุงเทพมหานครไม่มีการลักลอบเก็บสินค้าเพื่อนำไปจัดส่งออกขายที่ต่างประเทศซึ่งสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมายเนื่องจากมีการประกาศควบคุมเอาไว้แล้วและที่สำคัญมีการเตรียมเพื่อจัดส่งออกต่างประเทศโดยที่จะไม่ผ่านกรมศุลกากรซึ่งก็คือการหลีกเลี่ยงภาษีนั้นเองสินค้าควบคุมที่สามารถจับได้ในครั้งนี้มีตั้งแต่หน้ากากอนามัย   เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ    แผ่นกรองหน้ากากอนามัย  และยังมีชุดป้องกันโรคซึ่งเราเรียกชุดนี้ว่าชุด ppe

ซึ่งชุดเหล่านี้จะเป็นชุดที่ใช้ในโรงพยาบาลเท่านั้นโดยสถานที่เกิดเหตุนั้นเป็นลักษณะของบ้าน 2 ชั้นซึ่งเป็นทาวน์เฮ้าส์ซึ่งเบื้องต้นเป็นการจัดกลุ่มสินค้าที่เป็นสินค้าควบคุมก่อนแต่อาจจะมีการส่งตรวจสอบเพิ่มเติมว่าสินค้าที่มีการกักตุนไว้นี้ได้รับมาตรฐานหรือไม่แล้วที่สำคัญทาง DSIเองก็ได้มีการ ฝากประชาสัมพันธ์มายังประชาชนที่ชอบซื้อของออนไลน์ว่าให้ระวังสินค้าที่ซื้อเพราะอาจจะเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพซื้อใช้มาก็อาจจะไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคอะไรได้

            ตอนนี้คนที่มีการกักตุนสินค้าเหล่านี้กำลังนำสินค้าเหล่านี้ออกมาขายซึ่งเราอาจจะเห็นข้อมูลเหล่านี้ว่ามีการโพสต์ขายผ่านทาง facebook  ,  Twitterหรือแม้แต่Instagram เพราะตอนนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้วดังนั้นผู้คนจึงหันมาใช้หน้ากากอนามัยจากซึ่งสามารถเย็บใช้เองกันได้จึงไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อหน้ากากอนามัยในราคาแสนแพงมาใช้รวมถึง Gerrard มือก็มีการนำมาจำหน่ายในราคาที่ถูกใจอะไรแล้ว

ดังนั้นกลุ่มคนที่มีการกักตุนสินค้าเพื่อหวังจะได้กำไรจากการซื้อขายในช่วงเวลานี้จึงเริ่มทยอยนำสินค้าตัวเองกักตุนไว้มาขายในราคาถูกซึ่งตอนนี้ก็ต้องเป็นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะสืบหาข้อมูลแล้วก็ทลายแก๊งที่มีการกักตุนสินค้าเหล่านี้

สำหรับเรื่องของสถานที่ที่ใช้ในการปรับปรุงสินค้าหรือร้านค้าที่กักตุนสินค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ตอนนี้จะเริ่มมีการโพสต์ขายกันผ่านทางซื้อออนไลน์แล้วเรื่องนั้นเราเองในฐานะผู้ที่เป็นพลเมืองของประเทศถ้าเห็นว่ามีการนำสินค้าที่เป็นสินค้าควบคุมโพสต์ขายก็สามารถแจ้งข้อมูลเหล่านี้ให้ทาง DSI เข้าไปทำการตรวจสอบหรือเข้าไปทำการจับกุมได้โดยตอนนี้ทาง dsiam เขามีเว็บไซต์ของทาง DSI

เพื่อเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสในการที่จะเข้าไปจับกุมคนที่ขายของผิดกฎหมายหรือจะโทรเข้าไปที่ Call Center ของ DSI เลยก็ได้จะเป็นเบอร์ 1 2 0 2 เบอร์นี้สามารถที่จะโทรฟรีได้ทั่วประเทศไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็ตามเพื่อเป็นการให้เบาะแสให้ทาง DSI ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

สนับสนุนโดย  จีคลับ สล็อต มือถือ

หนุ่มโชว์กรีดหน้าตัวเองกลางเฟสบุ๊ค หวังประชดแฟน

            โลกออนไลน์กำลังเป็นที่พูดถึงกันเป็นอย่างมากกรณีที่ชายหนุ่มคนหนึ่งได้มีการ Like Facebook สดแสดงการเอามีดโกนกรีดหน้าตนเองเป็นแผลจนเลือดออกเต็มใบหน้าเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรีเมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้มีการออกมาไลฟ์สดให้เพื่อนในโลกออนไลน์ได้ดูโดย ขณะที่ชายหนุ่มคนดังกล่าวกำลังเอามีดโกนกรีดหน้าของตนเองจนมีเลือดไหลเต็มหน้านั้นก็พบว่าแม่ของเขาได้มีการพังประตูห้องเข้ามาและสามารถเข้าช่วยเหลือชายหนุ่มคนดังกล่าว

ได้จนสามารถนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลซึ่งล่าสุดอาการดีขึ้นและหลังจากที่ออกมาจากโรงพยาบาลเขาก็ได้ไลค์ Facebook ใหม่อีกครั้งหนึ่งโดยที่เขามีการบรรยายถึงเหตุผลว่าสาเหตุที่ก่อนหน้านี้เขาได้มีการทำร้ายตัวเองโทรผ่านทาง facebook นั้นก็เพื่อต้องการประชดแฟนของเขาเองซึ่งเขาบอกว่าเขารู้จักกับแฟนมาได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว

โดยมีการรู้จักกันผ่านทาง facebook และยังไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนซึ่งกำลังจะมีการนัดเจอหน้ากันในเดือนหน้านี้แต่ก็มาเกิดเหตุการณ์ทะเลาะกันก่อนเนื่องจากว่าเขาจับได้ว่าแฟนของเขานั้นยังคงติดต่อกับแฟนเก่าอยู่โดยเธอยังคงเล่นเกมออนไลน์กับแฟนเก่ารวมถึงยังมีการพูดคุยกับแฟนเก่าทำให้เขารู้สึกไม่พอใจจึงได้ทำการประชดแฟนโดยการเอามีดโกนมากรีดหน้าตนเอง

ให้แฟนเห็นผ่านทาง facebook ซึ่งขณะที่ทำการกรีดหน้าตนเองอยู่นั้นแม่ของตนเองก็ผลักประตูเข้ามาช่วยเหลือนำตัวเขาส่งโรงพยาบาลโดยหลังจากที่แฟนของเขาเห็นว่าเขามีการบาดเจ็บเพราะเอามังกรกรีดหน้ากันเองเธอก็โทรกลับมาหาเขาพร้อมทั้งยังบอกว่าหมดรักในตัวของเขาแล้วและขอเลิกกับเขาผ่านทางมือถือทำให้เขารู้สึกเสียใจมากที่ได้ทำร้ายตัวเองลงไป

หลังจากที่เจ็บตัวแล้วและถูกบอกเลิกทำให้เขารู้สึกเจ็บใจก็ไม่น่าที่จะทำร้ายตนเองเลยโดยหลังจากนี้เขาจะรักตัวเองให้มากขึ้นและไม่คิดจะทำร้ายตัวเองอีกต่อไปแล้วแต่ก็ยังให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าถึงแม้แฟนสาวจะบอกเลิกเขาไปแต่เขาก็ยังคงรักแฟนสาวอยู่โดยแม่ของผู้บาดเจ็บได้ออกมาบอกกับผู้สื่อข่าวว่า

วันนั้นมีคนโทรเข้ามาหาแล้วถามหาว่าลูกชายไปไหนเพราะเห็นใน Facebook ว่าหน้าตาของลูกชายเต็มไปเรื่อยๆตนเองจึงได้เดินออกตามหาลูกและพบว่าลูกอยู่ในห้องน้ำจึงได้พังประตูเข้าไปและเข้าไปช่วยเหลือลูกชายยอมรับว่าหลังจากเห็นลูกชายมีเลือดเต็มใบหน้าก็เสียใจเป็นอย่างมากจึงได้ปลอบลูกให้หันมารักตัวเองและรักแม่มากกว่าจะไปรักคนอื่น

 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า UFABET ภาษาไทย