จับมือฆ่าเสี่ยผู้รับเหมา ได้แล้วที่แท้พ่อตาเป็นคนจ้างมือปืนยิง

  

           หากใครยังจำเหตุการณ์ได้ดีเมื่อวันที่ 30 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2564 ได้มีเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่งถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านพักของตนเอง

โดยชายคนดังกล่าวนั้นรับอาชีพเป็นผู้รับเหมาติดเพดานฝ้าซึ่งในขณะที่เกิดเหตุนั้นเขานั่งกินเหล้าอยู่หน้าบ้านพร้อมกับภรรยาของเขาจังหวะที่ภรรยาของเขาเดินเข้าไปในตัวบ้านเพื่อไปเข้าห้องน้ำกลับออกมาก็เห็นว่าสามีของตนเองนั้นถูกยิงเสียชีวิตโดยวิ่งไปเสียชีวิตตรงบริเวณประตูรั้วหน้าบ้าน

        อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนและมีการลงพื้นที่อยู่หลายครั้งเพื่อหาหลักฐานในการมัดตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้มีการเชิญบรรดาญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตรวมถึงครอบครัวของภรรยาผู้เสียชีวิตมาทำการสอบปากคำซึ่งก็ไม่พบพิรุธใดๆจนล่าสุดเมื่อวันที่ 12 เดือนมิถุนายนปีพศ 2564

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้จับกุมตัวพ่อตาของผู้เสียชีวิตหรือก็คือพ่อของภรรยาของผู้เสียชีวิตนั้นเองโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานอย่างชัดเจนว่าพ่อของภรรยาผู้เสียชีวิตเป็นคนที่จ้างมือปืนมาทำการยิงลูกเขยของตนเองที่หน้าบ้าน

            ซึ่งในตอนแรกที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเรียกตัวไปสอบปากคำนั้นพ่อตาของผู้เสียชีวิตให้การปฏิเสธโดยอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการ สอบสวนอย่างหนักรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจับกุมตัวมือปืนได้ในวันที่ 11 เดือนมิถุนายนและมือปืนก็ให้การซัดทอดไปยังพ่อตาของผู้เสียชีวิตในที่สุดทางด้านผู้จ้างวานฆ่าก็ได้ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนจ้างมือปืนให้ไปฆ่าลูกเขยของตนเองจริง

       ส่วนสาเหตุที่ต้องมีการจ้างมือปืนไปฆ่าลูกเขยนั่นก็เพราะว่าผู้จ้างวานนั้นรู้สึกไม่พอใจลูกเขยเป็นอย่างมากและโมโหที่ลูกเขยนั้นมักจะทำร้ายร่างกายลูกสาวของเขาอยู่เป็นประจำทำให้เขานั้นไม่สามารถที่จะอดทนต่อไปได้เพราะเห็นว่าลูกสาวของตนเองถูกทำร้ายร่างกายพกช้ำอยู่บ่อยครั้งจึงตัดสินใจที่จะติดต่อมือปืนเพื่อมาทำการยิงลูกเขยนั่นเอง

           อย่างไรก็ตามสำหรับภรรยาของผู้เสียชีวิตนั้นยืนยันว่าเธอไม่รู้มาก่อนเลยว่ามือปืนที่มายิงสามีของเธอจนเสียชีวิตนั้นได้รับการสร้างจากทางพ่อของเธอเองซึ่งพ่อของเธอนั้นก็ไม่ได้มีการบอกเล่าเรื่องราวอะไรกับเธอเลย ส่วนทางด้านแม่ของภรรยาผู้เสียชีวิตนั้นยังไม่เชื่อว่าสามีของเธอจะเป็นคนจ้างวานมือปืนให้ไปฆ่าลูกเขยเพราะสามีของเธอนั้นเป็นคนจิตใจดีและถึงแม้ว่าสามีของเธอจะไม่ชอบที่เห็นลูกเขยทำร้ายลูกสาวแต่ก็จะแค่เพียงดุด่าและห้ามปรามเพียงเท่านั้นแต่สามีไม่เคยแสดงพิรุธอะไรออกมาที่แสดงให้เห็นว่าไม่พอใจมากถึงขนาดที่จะจ้างวานฆ่าได้อย่างไรก็ตามทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวผู้จ้างวานฆ่าและมือปืนเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

 

สนับสนุนโดย    ufabet เว็บแม่

พระมหาสมปอง ถูกสอบหลังเทศนาเกี่ยวกับการ ทำงานของรัฐบาล

           กำลังเป็นที่พูดถึงกันอย่างมากในวงการพระสงฆ์รวมถึงชาวบ้านที่ได้รับรู้ข่าวสารของพระมหาสมปอง ซึ่งในขณะนี้มีการรายงานข่าวออกมาว่าท่านกำลังถูกสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติเข้าไปทำการตรวจสอบหลังจากที่มีกี่คนในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คำพูดที่พระมหาสมปองได้มีการเทศนาแล้ว

มีการพูดถึงการทำงานของรัฐบาลในยุคของพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาซึ่งเป็นการพูดถึงการทำงานในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19  โดยคำพูดที่พระมหาสมปองพูดถึงพลเอกประยุทธ์นั้นค่อนข้างที่จะตรงใจคนทั้งประเทศแต่ไม่ถูกใจคณะรัฐบาลชุดนี้นั่นเอง

         อย่างไรก็ตามทางด้านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีการประสานงานไปยังสำนักงานพุทธศาสนาเพื่อให้ทำการตรวจสอบพฤติกรรมของพระมหาสมปองเนื่องจากว่าการที่พระมหาสมปองได้มีการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมเพราะไม่ใช่เรื่องของพระที่จะต้องมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการเมืองนอกจากนี้ยังมีการเข้าไปดู YouTube ที่มีการถ่ายทอดเกี่ยวกับการเทศนาของพระมหาสมปองจะเห็นว่าบางครั้งนั้นจะมีการรีวิวโฆษณาสินค้าให้ชาวบ้านที่ไปฟังเทศนาฟังอีกด้วยซึ่งทางด้านสำนักงานพุทธศาสนาก็มองว่าสิ่งที่พระมหาสมปองทำนั้นเป็นการทําผิดวินัยสงฆ์เช่นเดียวกัน

          จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทางด้านนักข่าวของช่องใดช่องหนึ่งได้มีการไปขอสัมภาษณ์พระมหาสมปองถึงเรื่องราวดังกล่าวซึ่งท่านก็ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่าเกี่ยวกับเรื่องของการเทศนาที่มีการพูดถึงเรื่องของการเมืองนั้นท่านเป็นการเทศนาข้อมูลทั่วๆไปเพราะโดยปกติแล้วท่านจะใช้ข้อมูลปัจจุบันในสังคมนำมาพูดตีแผ่ สอน  ให้ชาวบ้านรู้จักการทำดีการทำไม่ดีโดยจะมีการยกเหตุการณ์ในปัจจุบันมาเป็นตัวอย่าง

           ส่วนในเรื่องของการที่พระมหาสมปองในการแนะนำสินค้าให้กับประชาชนนั้นท่านยอมรับว่าสิ่งที่ท่านทำนั้นก็เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านนั้นสามารถขายสินค้าได้เพราะสินค้าที่ท่านทำการรีวิวหรือแนะนำให้คนซื้อนั้นเป็นสินค้าที่ชาวบ้านที่มาฟังพระธรรมเทศนาได้นำมาฝากท่านและท่านเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีและท่านอยากช่วยให้ชาวบ้านขายของได้มากขึ้นจึงได้มีการแนะนำสินค้าให้กับคนอื่นๆรู้จักโดยที่ท่านไม่ได้รับเงินค่าจ้างไม่ได้เป็นพรีเซนเตอร์แต่อย่างใดซึ่งท่านมองว่าการกระทำแบบนี้ไม่ได้มีความผิดใดๆเพราะเป็นการส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

         อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทางด้านสำนักงานพระพุทธศาสนากำลังมีการพิจารณาเกี่ยวกับความผิดของพระมหาสมปองซึ่งท้ายที่สุดแล้วเราต้องรอดูกันว่าจะมีมติจากคณะประชุมให้มีการปลดพระมหาสมปองออกจากการเป็นพระหรือไม่หรือจะมีบทลงโทษเกี่ยวกับพฤติกรรมของพระมหาสมปองอย่างไรบ้าง 

 

 

สนับสนุนโดย    ติดต่อ ufabet

แม่ค้ารู้จักหนุ่มผ่านทางออนไลน์ถูกหลอกให้โอนเงิน 90 ครั้งเป็นยอดล้านกว่าบาท

            เมื่อวันที่ 27 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2564  ที่จังหวัดนนทบุรีซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของชมรมทนายความจิตอาสาได้มีหญิงสาวคนหนึ่งอายุประมาณ 36 ปีเดินทางไปติดต่อที่ทนายความเพื่อต้องการให้ช่วยเหลือว่าความดำเนินคดีให้ด้วยหญิงสาวคนดังกล่าวระบุว่าตนเองนั้นมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้าอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม  โดยเมื่อประมาณ 3 เดือนกว่าๆเธอได้รู้จักกับผู้ชายคนนึงผ่านทางออนไลน์ซึ่งเป็น application facebook หลังจากที่พูดคุยกันมาสักระยะหนึ่งก็ได้มีการตัดสินใจที่จะนัดเจอกัน

       หลังจากที่เจอกันแล้วก็รู้สึกว่าฝ่ายชายนั้นหน้าตาดีมีลักษณะบุคลิกที่อบอุ่นและยังมีหน้าที่การงานดี เพราะฝ่ายชายบอกว่าทำงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในตำแหน่งวิศวกร ทั้งคู่ได้ตัดสินใจที่จะคบหากันเป็นแฟนอย่างไรก็ตามเมื่อเจอหน้ากันเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น ฝ่ายชายก็ได้ยืมเงินโดยให้เหตุผลว่ามีปัญหากับที่ทำงานและต้องนำเงินไปเคลียร์กับที่ทำงานซึ่งในตอนแรกนั้นเธอโอนเงินให้ฝ่ายชายไปประมาณสามหมื่นกว่าบาท และฝ่ายชายนัดว่าจะคืนเงินให้เธอ เขาก็ทำการโอนเงินคืนตรงกับวันที่นัด

          หลังจากนั้นก็มีการยืมอีกเรื่อยเรื่อย โดยในการยืมเงิน 3 ครั้งแรกฝ่ายชายโอนเงินคืนตรงทุกครั้งทำให้เธอเกิดความไว้วางใจ แต่ต่อมาฝ่ายชายยืมเงินเธอก้อนใหญ่ ซึ่งตัวเธอเองมีเงินไม่พอ แต่ฝ่ายชายบอกให้ทยอยโอนเงินให้ก็ได้ ให้ครบจำนวน โดยอ้างว่าต้องเอาไปจ่ายหนี้ กยส. ที่ติดไว้ และหากจ่ายหนี้แล้วจะสามารถกู้ใหม่แล้วจะเอาเงินมาคืนเธอได้ แต่เมื่อโอนไปให้หลายครั้งเธอก็ยังไม่ได้เงินคืน  แต่เธอก็ยังคงเชื่อใจฝ่ายชายอยู่ จนฝ่ายชายให้เธอโอนเงินให้อีกครั้ง โดยอ้างว่าจะขายบ้านเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้เธอ แต่เขาต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมในการโอน ทำให้เธอจำเป็นต้องโอนเงินให้กับฝ่ายชายอีกรอบ

           อย่างไรก็ตามหลังจากที่เธอโอนเงินไปครั้งล่าสุดนั้นปรากฏว่านับตั้งแต่นั้นมาเธอก็ติดต่อฝ่ายชายไม่ได้อีกเลยซึ่งฝ่ายชายนั้นบล็อกเธอทุกช่องทางโดยเธอได้ค้นหาชื่อโรงพยาบาลที่ฝ่ายชายทำงานอยู่และได้มีการติดต่อไปที่โรงพยาบาลดังกล่าวจึงทำให้รู้ว่าฝ่ายชายนั้นได้ลาออกจากโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ประมาณกลางปีพศ2563 แล้วนอกจากนี้เธอยังพบว่าฝ่ายชายนั้นไม่ได้มีปัญหากับทางบริษัทอย่างที่มีการกล่าวอ้างกับเธอแต่ฝ่ายชายนั้นมีการติดพนันทำให้ต้องขอเงินจากเธอเพื่อทำการไปใช้หนี้พนันนั่นเองซึ่งในขณะนี้เธอต้องการที่จะได้เงินของเธอคืน โดยยอดรวมความเสียหายในครั้งนี้เป็นเงินหนึ่งล้านสี่แสนกว่าบาทเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย   ufabet บาคาร่าออนไลน์

อดีตสามีง้อขอคืนดีเมีย 2 ปีไม่สำเร็จ ตัดสินใจก่อเหตุแทงเมียดับ

          เมื่อวันที่ 14 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2564   เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจจังหวัดลพบุรีได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกฆ่าตายภายในร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งโดยร้านเสริมสวยดังกล่าวนั้นอยู่ตรงบริเวณถนนนเรศวร   ซึ่งอยู่ในเขตตำบลเขาสามยอด  โดยร้านเสริมสวยดังกล่าวนี้  Dream Hair Spa  โดยผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ถูกแทงภายในร้าน ในครั้งนี้คือ นางจตุพร 

        เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงยังจุดเกิดเหตุนั้นพบศพผู้เสียชีวิตนอนตายอยู่กลางร้านโดยบริเวณหน้าร้านนั้นมีชาวบ้านพากันมามุงดูและพากันพูดถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้กันอยู่เป็นจำนวนมากอย่างไรก็ตามเบื้องต้นนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าผู้ก่อเหตุนั้นเป็นอดีตสามีของผู้เสียชีวิตเองซึ่งทั้งคู่มักจะมาทะเลาะกันที่ร้านเสริมสวยแห่งนี้เป็นประจำเนื่องจากว่าผู้ลงมือก่อเหตุนั้นจะมางอนง้อขอคืนดีผู้เสียชีวิตแต่ก็ถูกผู้เสียชีวิต 1 เฉยและไร่อยู่บ่อยครั้ง

         จากเหตุการณ์ในครั้งนี้พบว่ามีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆตั้งแต่ตอนที่นางสาวนภาพรมาทำการเปิดร้านและมีนายธนรัตน์ซึ่งเป็นอดีตสามีเดินตามเข้ามาทะเลาะกันและทำร้ายร่างกายกันจนกระทั่งนายธนะรัชต์วิ่งหนีออกจากร้านไป  ซึ่งในเหตุการณ์นั้นจะเห็นได้ว่าหลังจากที่นางสาวธนพรเปิดร้านเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ทำความสะอาดร้านในขณะนั้นอดีตสามีก็เดินเข้ามาและได้ยินเสียงนางสาวธนพรตะโกนต่อว่าหลังจากนั้นนายธนรัตน์ก็ได้ใช้อาวุธปืนที่พกมาตีไปที่หัวของนางสาวธนพรจนหัวแตก

         หลังจากนั้นคนร้ายก็เอาปืนวางไว้บนโต๊ะแล้วดึงมีดออกมาจากที่มีการพกติดตัวมาด้วยกระหน่ำแทงไปที่ร่างของนางสาวธนภรณ์อยู่หลายครั้งซึ่งระหว่างนั้นนางสาวธนภรณ์ก็ร้องด้วยความ เจ็บปวดนอกจากนี้นายธนรัตน์ยังมีการเปลี่ยนมีดและใช้มีดแทงไปที่ร่างของนางสาวธนพรอีกหลายครั้งพร้อมระหว่างที่แทงนั้นก็มีการพูดข้อความอะไรที่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องหลังจากนั้นก็เดินหลบหนีออกจากร้านไป 

         อย่างไรก็ตามจากการให้ข้อมูลของทางเพื่อนของผู้เสียชีวิตยืนยันว่าอดีตสามีของผู้เสียชีวิตนั้นมักจะเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรงและเป็นคนที่ค่อนข้างขี้หึงและหวงผู้เสียชีวิตมากกลัวว่าผู้เสียชีวิตจะมีผู้ชายคนอื่นคอยระแวงอยู่ตลอดเวลาและมักจะมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำทำให้ผู้เสียชีวิตนั้นต้องย้ายสถานที่ทำงานอยู่บ่อยครั้งแต่ทุกครั้งอดีตสามีก็มาแก้ตามไปเจอและอดีตสามีของผู้เสียชีวิตยังเคยขู่จะทำร้ายร่างกายผู้เสียชีวิตและคนในร้านซึ่งทุกคนก็ไม่คิดว่าทางอดีตสามีของผู้เสียชีวิตจะทำจริง  ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังพยายามเร่งตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีอยู่ 

 

 

สนับสนุนโดย    จีคลับ คาสิโน

แห่ฉีดวัคซีนฟรีที่รัฐฟลอริดา

หลายชาติในยุโปรที่การกระจายและการฉีดวัคซีนเป็นไปตามเป้าแผนที่เขาได้วางเอาไว้เริ่มผ่อนคลายมาตรการมากยิ่งขึ้นแล้วยังได้มีกาเปิดประเทศบรรยากาศภายในประเทศสเปนปรากฎว่าประชาชนจำนวนมากได้ออกมารวมตัวกันฉลองโอ้ร้องอย่างมมีอิสระภาพอย่างที่ได้มีภาพออกมาชาวบาร์เซโลนา

ได้ออกมาเต้นกันตามสายถนนต่างๆในเมืองพร้อมกับตระโกนบอกว่าเสรีภาพแล้วก็จัดงานปาร์ตี้กันตามชายหาดตลอดทั้งคนหลังจากที่รัฐบาลของสเปนได้ยกเลิกมาตรการฉุกเฉินและผ่อนปนเคอร์ฟิวเกือบจะทั่วทุกประเทศแล้วหลังจากที่ได้ประกาศใช้มาตรการนี้มาตั้งแต่ตุลาคมปีที่แล้ว

นอกจากนี้พร้อมการอนุญาตให้ชาวสเปนเดินทางไปมาระหว่างภูมิภาคได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนประชาชนต่างก็บอกว่าเขามีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยินและเหมือนได้เติมพลังมาอีกครั้งแต่ขณะเดียวกันได้มีความกังวอยู่ไม่น้อยว่าจะมีผู้ที่ไม่คำนึงถึงเรื่องความรับผิดชอบต่อส่วนรวมทำให้ยอดผู้ติดเชื้อกลับพุ่งขึ้นมาอีกได้

ส่วนที่เยอรมนีชาวเยอรมันจำนวนมากออกจากบ้านมานั่งสัมผัสอากาศที่อบอุ่นกันนอกบ้านก็เริ่มออกมาทำกิจกรรมกันมากขึ้นหลังจากที่การประกาศผ่อนปนมาตรการในหลายพื้นที่เพราะว่ายอดผู้ติดเชื้อโควิด-19รายวันลดลงเรื่อยๆท่ามกลางโครงการฉีดวัคซีนโควิด-19ให้กับประชาชน

โดยที่เยอรมนีอนุญาตให้ฉีดวัคซีนของ แอสตร้าเซนเนก้า ให้กับคนในผู้ใหญ่และตั้งเป้ามาว่าจะฉีดให้กับเด็ก12-18ปีภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ถ้าหากใครที่ได้รับวัคซีนครบ2โดสแล้วจะได้รับการผ่อนปนสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้ภายนอกบ้านรวมถึงไม่จำเป็นต้องแสดงผลตรวจเชื้อเป็นลบ

เพื่อใช้บริการไม่ว่าจะเป็นตามร้านตัดผมหรือว่าการไปช้อปปิ้งก็มีอิสระมากยิ่งขึ้นส่วนที่ออสเตรเลียที่รัฐนิวเซาท์เวลส์แม้ว่าผู้ป่วยติดเชื้อจะเป็นศูนย์แต่ทางการได้เปิดศูนย์ฉีดวัคซีนโควิดขนาดใหญ่ในนครซิดนีย์ถึง5แห่งตามโรงพยาบาลต่างๆและศูนย์ฉีดตามชุมชนอีกถึง100แห่ง

ซึ่งจะมุ่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนกว่า3หมื่นคนทุกๆสัปดาห์จนถึงตอนนี้ออสเตรเลียฉีดวัคซีนไปแล้วมากกว่า2,650,000โดสแต่ก็ยังน้อยกว่าที่ทางรัฐบาลได้ให้คำมั่นเอาไว้อยู่ที่4ล้านคนภายในปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมส่วนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนแทบชายหาดแห่งที่เที่ยวชื่อดังของสหรัฐอเมริกา

พบว่ามีนักท่องเที่ยว175คนจากลาตินอเมริกาอย่างเช่นเอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ เวเนซุเอลา เดินทางโดยเครื่องบินมาเที่ยวสหรัฐแล้วก็เข้าแถวยาวเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนฟรีแบบเข็มเดียวจาก จอนสันแอนด์จอนสัน ที่ศูนย์วัคซีนในแทบชายหาดไมอามี่พร้อมการออกใบรับรองการฉีดวัคซีนให้กับคนที่มาฉีดวัควีนอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย    ติดต่อ ufabet

ปัญหาลูกค้ากับแม่ค้าขายทุเรียน

ฤดูกาลนี้เป็นฤดูจี้ชาวสวนทุเรียนจะมีการนำทุเรียนออกมาวางขายเป็นจำนวนมากและผู้คนที่ชื่นชอบการกินทุเรียนก็มักจะซื้อทุเรียนไปรับประทานกันซึ่งแน่นอนว่าหลายคนมักเจอกับปัญหาเรื่องของทุเรียนอ่อนหรือทุเรียนเสีย  โดยประเด็นเหล่านี้จะมีการพูดถึงกันอยู่บ่อยครั้ง  อย่างไรก็ตามในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้เรามักจะเห็นข่าว หรือแม้แต่คลิปที่มีการโพสต์เกี่ยวกับประเด็นการถกเถียงกันระหว่างแม่ค้าขายทุเรียนและลูกค้าที่ซื้อทุเรียนไปว่าได้ทุเรียนที่ไม่มีคุณภาพ

        ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2564 ได้มีแม่ค้าขายทุเรียนรายหนึ่งได้มีการถ่ายคลิปขณะที่กำลังมีการทะเลาะกับลูกค้าที่ไปซื้อทุเรียนที่ร้านค้าของเธอโดยมีการนำคลิปดังกล่าวไปโพสต์ใน Application ซึ่งภายในคลิปจะเห็นได้ว่ามีลูกค้าวัยกลางคนมาโวยวายอยู่หน้าร้านโดยระบุว่าเธอได้ซื้อทุเรียนจากร้านดังกล่าวไปเมื่อวานนี้แล้วเมื่อนำไปแกะกินที่บ้านปรากฏว่าทุเรียนเน่าไม่สามารถที่จะกินได้

        ซึ่งในคลิปแม่ค้าขายทุเรียนก็แนะนำให้ลูกค้าไปนำทุเรียนที่ซื้อไปมาทำการเปลี่ยนใบใหม่ให้โดยไม่ค้ายืนยันว่าสามารถเปลี่ยนได้ทั้งโลกแต่ลูกค้าคนดังกล่าวก็ยังบ่ายเบี่ยงและพยายามที่จะต่อว่าร้านค้าว่าไม่มีการตรวจสอบและมีการนำทุเรียนเน่ามาขายให้กับลูกค้าซึ่งทางด้านแม่ค้าก็พยายามอธิบายว่าในวันดังกล่าวนั้นจะได้สอบถามลูกค้าแล้วว่าจะให้แกะทุเรียนให้ดูหรือไม่  แต่ลูกค้ายืนยันว่าจะซื้อไปทั้งลูกและไม่แกะลูกค้าอยากจะค่อยๆกินดังนั้นแม่ค้าจึงไม่สามารถเห็นได้ว่าข้างในทุเรียนนั้นเป็นทุเรียนเน่า

           อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะพูดคุยกันเป็นระยะเวลานานหลายนาทีโดยทางร้านแนะนำให้เอาทุเรียนเก่ามาเปลี่ยนแต่ลูกค้าก็ยังบ่ายเบี่ยงจนในที่สุดแม่ค้าก็จะคืนเงินให้ทั้งหมดโดยที่ลูกค้าไม่ต้องเอาทุเรียนตอบมาให้แต่ลูกค้าก็ยังอ้างว่าตนเองแค่มาให้บอกเพียงเท่านั้นและไม่ได้ต้องการเงินคืนแต่อย่างไร แม่ค้าขายทุเรียนจึงได้มีการถ่ายคลิปนี้เอาไว้แล้วนำมาโพสต์ไว้เป็นหลักฐานโดยเธอยืนยันว่าร้านค้าของเธอนั้นเมื่อซื้อไปแล้วสามารถนำมาเคลมได้ถ้าหากทุเรียนไม่ได้มาตรฐาน 

        อย่างไรก็ตามปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของลูกค้าซื้อทุเรียนไปแล้วเกิดปัญหานั้นไม่ได้มีเพียงแค่เหตุการณ์นี้เพียงเท่านั้นเพราะก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 2 วันก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งซื้อทุเรียนไปหลังจากนั้นก็มีการติดต่อร้านค้าว่าทุเรียนของร้านนั้นอ่อนซึ่งเขาไม่สามารถที่จะกินได้โดยทางร้านค้านั้นให้เขาส่งรูปภาพทุเรียนที่ลูกค้าซื้อไปแล้วระบุว่าทุเรียนอ่อนมาให้ดูเพื่อที่ทางร้านจะได้ทำเรื่องคืนเงินให้แต่ภาพที่ลูกค้าส่งมานั้นเป็นภาพของเมล็ดทุเรียนที่มีการกินเนื้อไปหมดเรียบร้อยแล้วทำให้ทางร้านค้าตัดสินใจที่จะคืนเงินให้ลูกค้า 50% เพราะทางร้านค้าก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าทุเรียนของตนเองไม่มีคุณภาพจริงอย่างที่ลูกค้าแจ้งหรือไม่เพราะลูกค้าได้กินไปหมดแล้วนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย     คาสิโน ปอยเปต

โควิดอินเดียกลายพันธุ์ชนิดใหม่แรงกว่าเดิม

สถานการณ์ของอินเดียถือว่าเป็นความสำคัญเลยเพราะว่ากำลังเผชิญปัญหากับการระบาดอย่างหนักผู้ป่วยแห่ติดเชื้อกันรายวันเพิ่มขึ้นถึงวันละ3.5แสนคนเรียกได้ว่ากำลังส่งผลต่อสาธารณะสุขของอินเดียที่เรียกว่าใกล้จะล่มสลายเต็มทีเพราะว่าไม่สามารถรับมือกับผู้ป่วยได้มากกว่านี้แล้ว

นอกจกานี้หลักปัญหี่สำคัญมันมาจากการกลายพันธุ์ของโควิด-19ที่อินเดียโดยก่อนหน้านี้เราได้รายงานการกลายพันธุ์นิวเทชั่นอันนั้นถือว่ารุนแรงแล้วแต่ว่าล่าสุดเกิดการกลายพันธุ์ซ้ำซ้อนขึ้นมาอีกด้วยเป็นการกลายพันธุ์ในลักษณะสามตำแหน่ง

โดยต้นกำหนดของสายพันธุ์นี้อยู่ในรัฐเบงกอลที่ประเทศอินเดียทำให้ได้ชื่อว่าเป็นสายพันธุ์เบงกอลนั่นเองเชื้อที่ว่านี้มีการกลายพันธุ์ล่าสุดทำให้เชื้อนั้นสามารถที่จะแพร่กระจายไปได้เร็วกว่าเดิมและสามารถที่จะหลบหลีกภูมิคุ้มกันในร่างกายมนุษย์ได้ดีขึ้นกว่าเดิม

สรุปเลยก็คือว่าวัคซีนที่มีอยู่ตอนนี้ ไม่สามารถที่จะป้องกันต้านทานวัคซีนไม่สามารถที่จะป้องกันโควิคกลายพันธุ์สายพันธ์เบงกอลที่ว่านี้ได้เลย ประเทศอินเดียมีรายงานพบ โควิด-19 เป็นการกลายพันธุ์สามตำแหน่งเลยก็คือ Triple Mutant

มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าB.1.618 เป็นสายพันธุ์ชนิดใหม่ถูกพบครั้งแรกในรัฐเบงกอลตะวันตกอยู่ทางภาคตะวันออกของอินเดีย

จึงได้มีการเรียกเจ้าชื่อโควิด-19สายพันธุ์ใหม่ตัวนี้ว่าเป้นโควิดสายพันธุ์เบงกอลซึ่งมันได้วิวัฒนาการมาจากโควิดกลายพันธุ์คู่ที่เป็นสายพันธุ์ Triple Mutantที่พบการกลายพันธุ์สองตำแหน่งก็คือE484QและL452Rโดยนักวิทยาศาสตร์ไปค้นพบครั้งแรกที่รัฐมหาราช

ดังนั้นไวรัสสายพันธุ์เบงกอลนี้ปรากฎว่ามันไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเพียงแค่สองตำแหน่งเท่านั้นแต่มันได้เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตำแหน่งเป็นตำแหน่ง484เช่นเดียวกันแต่ว่าเป็นE484Kเหมือนๆกับสายพันธุ์แอฟริกาใต้กับบราซิลแล้วก็เป้นการพบว่ามีการขาดหายไปของกรดอะมิโนที่ตำแหน่ง145-146ด้วย

ซึ่งเรื่องนี้ได้เป็นประเด็นที่นักไวรัสวิทยาหนักใจเหลือเกินเพราะว่ามันทำให้มีความยากลำบากเกิดขึ้นกับการออกแบบวัคซีนเพื่อมารองรับกับการกลายพันธุ์ของโควิด-19สายพันธุ์ใหม่นี้เพราะว่าคุณสมบัติสายพันธุ์เบงกอลตัวล่าสุดนี้มันสามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็วมากกว่าเดิมขึ้นไปอีกหลบหลีกแอนตี้บอดี้ในร่างกายของมนุษย์ได้ดีขึ้นกว่าเดิมไปอีก

แถมที่สำคัญเลยวัคซีนที่เรานั้นได้ใช้กันอยู่ทั่วโลกในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะทำอะไรกับมันไม่ได้ด้วยซ้ำไปทีนี้เพื่อให้ได้เห็นผลอย่างชัดเจนนักวิจัยก็เลยนำเอาตัวอย่างของเชื้อโควิด-19สี่สานพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์รวมไปถึงสายพันธุ์ดั้งเดิมก็คือสายพันธ์จีที่มีแค่E484Kใกล้เคียงกับสายพันธุ์เบงกอล

 

สนับสนุนโดย.   ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

หนุ่มติดโควิด-19 พยายามไปโรงพยาบาลแต่คิวเต็ม สุดท้ายตายในคอนโด

           เมื่อวันที่ 26 เดือนเมษายน ปีพ.ศ. 2564     มีการรายงานข่าวออกมาจากสำนักข่าวช่อง 3 ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้เกี่ยวกับผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัส covid-19  รายหนึ่งซึ่งระบุว่าผู้เสียชีวิตคนดังกล่าวนั้นเป็นเพศชายอายุประมาณ 45 ปี   โดยชายคนดังกล่าวนั้นเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  ซึ่งเขาเสียชีวิตภายในห้องพักคอนโดแห่งหนึ่งที่อยู่ในเขตพื้นที่แถวจรัญสนิทวงศ์กรุงเทพฯและสำหรับไทม์ไลน์ ของผู้เสียชีวิตรายนี้มีดังต่อไปนี้ 

       สำหรับผู้เสียชีวิตนั้นทำงานอยู่ในกรุงเทพฯแต่ในช่วงวันสงกรานต์นั้นเขาได้เดินทางไปที่ต่างจังหวัดเนื่องจากว่าไปหาญาติหลังจากที่กลับต่างจังหวัดแล้วปรากฏว่าเขาได้มีการไปสัมผัสผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิดซึ่งพอเขากลับมาถึงกรุงเทพฯก็รู้สึกว่าตนเองนี้มีอาการเหมือนคนติดเชื้อไวรัสโควิดและมาทราบว่าเขาเป็นคนกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสกับผู้ที่ติดเชื้อไวรัส covid จึงได้พยายามที่จะพาตนเองไปตรวจหาเชื้อไวรัส covid ที่โรงพยาบาลโดยมีการระบุว่าเมื่อไปถึงโรงพยาบาลแห่งแรกนั้นผลปรากฏว่าเขาไม่มีเชื้อไวรัสโควิดแต่พอกลับมาถึงบ้านนั้นอาการของเขายังคงรุนแรงขึ้นและมีอาการคล้ายติดเชื้อไวรัสโควิด

           จึงได้ไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลของรัฐบาลแต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาลปรากฏว่าไม่มีคิวเนื่องจากโรงพยาบาลของรัฐนั้นจะรับตรวจเชื้อไวรัสโควิค-19 ให้กับประชาชนเพียงแค่วันละ 20 คิวเท่านั้นเขาจึงได้มีการกลับไปที่คอนโดและมาใหม่อีกวันรุ่งขึ้นแต่ปรากฏว่าคิวก็ยังคงเต็มอยู่และเขายังไม่สามารถตรวจได้ดังนั้นเขาจึงได้มีการลงทะเบียนขอตรวจผ่านทางประกันสังคมซึ่งคิวของเขาจะได้รับการตรวจในวันที่ 27 เดือนเมษายนปีพศ 2564 แต่ปรากฏว่ายังไม่ถึงคิวการตรวจไวรัสโควิด อาการของเขาลงเฟซก่อนโดยเมื่อวันที่ 25 เดือนเมษายนปีพศ 2564 

           ชายคนนี้เริ่มมีอาการหายใจไม่สะดวกและมีอาการไอหนักขึ้นเขาได้ติดต่อไปทางญาติที่อยู่ต่างจังหวัดเพื่อบอกเล่าอาการให้ฟังโดยญาติของเขาได้มีการประสานงานมายังนิติของคอนโดมิเนียมที่ใช้คนนี้อาศัยอยู่ซึ่งอาจจะรอที่คอนโดก็มีการประสานงานไปหมายเลขสำหรับรับตัวผู้ป่วย แต่เจ้าหน้าที่ ต้องการให้ผู้ป่วยติดต่อเอง แต่ในขณะนั้นผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิดนั้นนอนหายใจรวยรินอยู่ในห้องและไม่สามารถที่จะพูดคุยโทรศัพท์ได้แล้ว

           อย่างไรก็ตามวันที่ 26 เดือนเมษายนเจ้าหน้าที่จากทางโรงพยาบาลได้มีการมาที่คอนโดของผู้ป่วยเนื่องจากว่าไม่สามารถติดต่อผู้ป่วยใต้และเมื่อมาถึงก็พบว่าผู้ป่วยนั้นนอนหายใจรวยรินทางด้านเจ้าหน้าที่จึงพยายามช่วยชีวิตด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่สามารถช่วยได้ผู้ป่วยเสียชีวิตก่อน 

 

 

สนับสนุนโดย.    สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ชายชาวฟิลิปปินส์ ดับสลด หลังต้องทำสควอต 300 ครั้งเพราะฝ่าฝืนเคอร์ฟิวไปซื้อน้ำ

 

           เป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดใจอย่างยิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์โดยมีการเปิดเผยมาจากสำนักข่าวของฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 8   เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2564 ทีผ่านมา ตามรายงานข่าวนั้นมีการระบุว่า ในขณะนีันั้นประเทศฟิลิปปินส์กำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาไวรัส covid-19  อย่างหนักรัฐบาลจึงได้มีการกำหนดเวลาเคอร์ฟิวของประชาชน โดยช่วงเวลาที่รัฐบาลมีการกำหนดเอาไว้นั้นจะเป็นช่วงเวลาตั้งแต่ 18:00 น เป็นต้นไปจนถึงช่วงเวลา 05:00 น ประชาชนจะไม่สามารถที่จะออกนอกบ้านได้

              ซึ่งคำสั่งเจลนี้เป็นคำสั่งที่รัฐบาลต้องการที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิตนั้นเอง   อย่างไรก็ตามสำนักข่าวต่างประเทศได้มีการรายงานออกมา ว่ามีครอบครัวหนึ่งซึ่งต้องสูญเสียคนในครอบครัวไปด้วยวัยเพียงแค่ 28 ปีเท่านั้น  ซึ่งชายหนุ่มคนนี้เสียชีวิตจากการที่เขาได้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวไปเมื่อวันที่ 1 เดือนเมษายนส่วนสาเหตุของการฝ่าฝืนเคอร์ฟิวนั้นก็เพราะว่าเขาได้ออกไปซื้อน้ำหลัง 18:00 น ไปแล้ว  โดยออกไปซื้อน้ำกับเพื่อนคนหนึ่ง  และเมื่อเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจเขากับเพื่อนก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งให้ทำ สควอต 

           ซึ่งจะต้องทำทั้งหมดด้วยกัน 100 ครั้งแต่เนื่องจากว่าเขาและเพื่อนทำไม่พร้อมกันสักทีทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งให้ทำใหม่จนกว่าจะพร้อมกันโดยกว่าทั้งคู่จะทำสควอต พร้อมกันได้นั้นก็ต้องทำไปถึง 300 ครั้งด้วยกันและหลังจากที่ทำ สควอต เสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็กลับถึงบ้านแล้วบ่นให้กับคนในครอบครัวฟังว่าเขารู้สึกปวดเมื่อยและรู้สึกอ่อนล้าโดยเฉพาะตรงบริเวณหัวเข่าอย่างไรก็ตามอาการปวดของเขานั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

             ซึ่งในที่สุดนั้นเขาก็ไม่สามารถที่จะเดินได้ต้องเคลื่อนย้ายตนเองด้วยกันให้คนคอยพยุงในการขึ้นลงบันไดอาการบาดเจ็บของเขานั้นเกิดขึ้นในวันที่ 1 ช่วงเวลาประมาณ 8:00 น และช่วงเวลาประมาณ 22:00 น นั้นเขาก็เสียชีวิตภายในวันเดียวกันนั้นเองจากการที่เขานั้นเกิดอาการช็อค ทำให้ครอบครัวของชายผู้เสียชีวิตรายนี้นั้นต้องออกมาร้องเรียนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าเป็นการทำโทษที่มากจนเกินไปจนทำให้ มีผู้เสียชีวิต

           ซึ่ง เรื่องนี้ทางด้านนายกเทศมนตรีเมืองได้มีการออกมาแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้มีการส่งตรวจสอบกับสำนักงานตำรวจที่มีการทำโทษผู้เสียชีวิตทันทีโดยทางด้านผู้บัญชาการหน่วยตำรวจการเมืองออกมายืนยันว่าทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีบทลงโทษให้ประชาชนทําสควอต หากมีการฝ่าฝืนเคอร์ฟิวสิ่งที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้ก็คือการอบรมให้ความรู้กับประชาชนเท่านั้นนะปล่อยตัวซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้คงต้องหาข้อมูลที่แท้จริงว่าใครกันแน่ที่ทำการลงโทษจนชายฟิลิปปินส์รายนี้ต้องเสียชีวิตนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    ufabet บาคาร่าออนไลน์

ครูฝ่ายปกครองลงโทษนักเรียนชายใส่ต่างหูไปโรงเรียน ด้วยการให้ใส่ห่วงเหล็กที่หู

วันที่ 12 เดือนมีนาคมปีพศ. 2564   ได้มีเด็กนักเรียนชายคนหนึ่ง  มีการโพสต์ข้อความลงใน  Twitter พร้อมกับรูปภาพโดยมีการระบุข้อความว่าเขาได้มีการใส่ห่วงเหล็กให้ดูเนื่องจากว่าเขานั้นถูกทำโทษจากคุณครูฝ่ายปกครองและเมื่อเขาลองใส่ห่วงเหล็กแล้วจึงได้รู้ว่าถ้าหากเขาใส่ห่วงเด็กแล้วปล่อยมือนั้นหูเขาต้องฉีกแน่ๆ

           ซึ่งเด็กชายคนดังกล่าวนั้นยังเผยภาพที่เพื่อนเด็กนักเรียนด้วยกันของเขานั้นถูกตัดผมจนเห็นหนังศรีษะอีกด้วยโดยเขาได้มีการระบุว่าการที่คุณครูฝ่ายปกครองลงโทษเด็กนักเรียนด้วยวิธีการแบบนี้นั้นจะทำให้นักเรียนนั้นฝังใจและนี่คือวิธีการที่คุณครูทำโทษเด็กนักเรียนหนังไม่ถูกต้องซึ่งสิ่งที่คุณครูทำนั้นสร้างความอบอุ่นให้กับเด็กนักเรียนและการศึกษาของไทยเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

         และเมื่อโพสต์ในทวิตเตอร์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปต่างก็มีคนเข้ามาพูดถึงและวิจารณ์กันเป็นอย่างมากเลยทีเดียวโดยหลายคนมองว่าการกระทำของคุณครูฝ่ายปกครองนั้นค่อนข้างรุนแรงมากจนเกินไปเพราะห่วงเหล็กนั้นค่อนข้างที่จะน่ากลัวมากซึ่งถ้าหากว่าเด็กใส่ห่วงเหล็กนั้นแล้วเกิดปะทะยักษ์หรือมีแผลติดเชื้อเกิดขึ้นครูอาจจะรับผิดชอบกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ไหวอย่างแน่นอน

              ในขณะเดียวกันเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาการโกนผมเด็กนักเรียนนั้นปัจจุบันนี้ก็ไม่ควรจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการนั้นก็ได้มีการออกกฎมาแล้วเกี่ยวกับเรื่องของทรงผมของเด็กนักเรียน

       อย่างไรก็ตามเด็กชายที่โพสต์ข้อความดังกล่าวในทวิตเตอร์นั้นได้มีการระบุว่าเขาเองนั้นถูกทำโทษเนื่องจากว่าตัวเขานั้นเป็นคนที่ต่อหูอยู่แล้วและเขามักจะใส่ต่างหูไปโรงเรียนเป็นประจำทุกวันแต่โดยส่วนใหญ่แล้วเมื่อถึงโรงเรียนเขาจะถอดต่างหูออกและเขาถูกคุณครูฝ่ายปกครองเรียกคุยเรื่องของการใส่ต่างหูหลายครั้งแล้ว

            ซึ่งการทำโทษในครั้งนี้คาดว่าคุณครูฝ่ายปกครองคงจะเห็นว่าเขาทำผิดมาแล้วหลายครั้งนั่นเองโดยคุณครูฝ่ายปกครองได้เอาห่วงเหล็กมาให้แล้วบอกว่าให้ใส่จะได้รู้ว่าการใส่ต่างหูนั้นมันเป็นอย่างไรในครั้งแรกนั้นเขาไม่ได้ยอมใส่แต่หลังจากนั้นเพื่อนๆมาบอกให้ว่าคุณครูอยากให้เขาใส่ดังนั้นเขาจึงได้ใส่ต่างหูและมีการถ่ายรูปไปโพสต์ลงในทวิตเตอร์นั่นเอง

           ซึ่งเขาต้องการโพสต์เล่นๆโดยไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาดูเยอะแยะมากมายจนเป็นข่าวโด่งดังเหมือนอย่างในตอนนี้  สำหรับปัจจุบันนี้เด็กนักเรียนส่วนมากเริ่มแต่งกายไม่เหมาะสม อย่างเช่น การใส่ต่างหูสำหรับเด็กผู้ชาย หรือแม้แต่การทาเล็บไปโรงเรียนซึ่งคุณครูต้องควรดูแลไม่ให้เด็กแต่งกายผิดระเบียบแต่ในขณะเดียวกันการลงโทษก็ไม่ควรที่จะรุนแรงมากนัก

 

สนับสนุนโดย.    gclub slot ทดลองเล่น